เมื่อกล่าวถึงเรื่องที่อวิ๋นเจิงยกทัพโจมตีราชวงศ์หลี รอยยิ้มบนใบหน้าอวิ๋นลี่พลันเลือนหาย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ”
อวิ๋นลี่ส่ายหน้าเบา ๆ “ยามนี้ยังไม่มีข่าวจากทางราชวงศ์หลีส่งมา ทว่าเมื่อหลายวันก่อน ซั่วเป่ยดูเหมือนจะเกิดเรื่องใหญ่ ผู้คนที่เข้าออกด่านเป่ยลู่ล้วนถูกตรวจค้นอย่างเข้มงวด ทั้งยังดูเหมือนมีการเคลื่อนกำลังพลครั้งใหญ่ กระหม่อมคาดว่าอาจเกิดเหตุบางอย่างขึ้นที่แนวหน้า...”
พวกเขาไม่รู้เรื่องสถานการณ์ทางราชวงศ์หลีแม้แต่น้อย
จนถึงบัดนี้ ก็ยังไม่มีข่าวเกี่ยวกับศึกที่ทำกับราชวงศ์หลีส่งกลับมาแม้แต่ฉบับเดียว
สายลับที่เขาส่งไปซั่วเป่ยทำได้เพียงวิเคราะห์สถานการณ์แนวหน้าจากความเคลื่อนไหวบางอย่างในซั่วเป่ย
“เช่นนั้นเจ้าต้องส่งคนไปสืบข่าวให้มาก หากเขาพ่ายศึกทางราชวงศ์หลีจริง นั่นย่อมเป็นข่าวดีต่อราชสำนัก...”
ฮ่องเต้เหวินมีรอยยิ้มบนพระพักตร์ ทว่าภายในพระทัยกลับลอบกังวล
ไอ้ลูกอกตัญญูคนนั้นคงไม่ได้พ่ายศึกทางราชวงศ์หลีหรอกกระมัง?
ที่สำคัญ ราชวงศ์หลีอยู่ห่างจากแนวหลังของพวกเขาเหลือเกิน
หากแนวหน้าพ่ายศึก แนวหลังก็ไม่อาจส่งกำลังไปช่วยได้ทันท่วงที
พ่ายศึกเพียงครั้งเดียว ก็อาจทำให้พ่ายแพ้ทั้งกระดาน
“กระหม่อมจะสั่งคนให้สืบข่าวอย่างละเอียดพ่ะย่ะค่ะ” อวิ๋นลี่พยักหน้าเบา ๆ “จริงสิ มีผู้ใดทูลเสด็จพ่อถึงเรื่องทางซีฉวีแล้วหรือยังพ่ะย่ะค่ะ?”
“เหตุใดจะไม่มี?”
ฮ่องเต้เหวินแย้มพระสรวล “เมื่อหลายวันก่อน ตอนที่เรากับฮองเฮาไปจวนท่านน้าของเจ้า ยังได้พูดคุยเรื่องนี้กับเขาอยู่ ทว่าในเวลานั้นยังไม่มีข่าวที่ชัดเจนส่งกลับมามากนัก เรากับท่านน้าของเจ้าจึงมิได้พูดคุยกันมาก...”
