วังหลวงเป่ยหวน
สองวันนี้ ข่าวจากสายลับหลากสายทยอยส่งถึงมือเจียเหยาต่อเนื่องไม่ขาด
รวมถึงข่าวที่กองทัพปีกขวาของศัตรูรุกคืบอย่างหุนหัน
เจียเหยากำลังกลัดกลุ้มอย่างยิ่ง
นางคาดเดาไม่ออกว่าอวิ๋นเจิงอยู่ในกองทัพศัตรูสายใดกันแน่
นางคิดจะโจมตีเส้นทางลำเลียงเสบียงของศัตรู แต่ไม่กล้าลงมือผลีผลาม
ยามนี้นางระแวดระวังไปเสียทุกด้าน มีเรื่องให้ต้องคำนึงถึงมากมาย
นางกลัวว่าหากพลาดท่าติดกับ จะกลับกลายเป็นเสียไก่แล้วยังเสียข้าวสารอีกกำมือ
ชั่วขณะนี้ เจียเหยาเริ่มเข้าใจเว่ยเหวินจง ผู้ที่เมื่อก่อนนางเคยดูแคลนขึ้นมาบ้างแล้ว
ยากเหลือเกิน!
ต้องรอบคอบระมัดระวัง ไม่กล้าพลาดแม้แต่ก้าวเดียว!
แม้จะมีกองหนุนจากกุ่ยฟาง นางก็ยังระมัดระวังถึงที่สุด
ศึกครั้งนี้สำคัญต่อเป่ยหวนยิ่งนัก นางไม่กล้าจินตนาการถึงผลลัพธ์หากพ่ายแพ้
ขณะที่เจียเหยากำลังครุ่นคิดหาหนทางรับมืออย่างหนัก สายลับอีกคนก็นำข่าวกลับมา
กองทัพปีกขวาของศัตรูอยู่ห่างจากระเบียงโม่ตงไม่ถึง 150 ลี้แล้ว
นับว่าเข้าสู่ระยะโจมตีฉับพลันของทหารม้า
ดูเหมือนศัตรูเริ่มเตรียมบุกแล้ว
ไม่คุ้มกันเสบียงทั้งหมดแล้วเดินหน้าเช่นก่อนหน้านี้อีกต่อไป
“กองทัพศัตรูสายนั้นมีกำลังพลประมาณเท่าใด?”
เจียเหยาขมวดคิ้วถาม
“จำนวนที่แน่ชัดไม่ทราบขอรับ ศัตรูระวังตัวมาก จับเชลยมาเค้นถามไม่ได้”
สายลับตอบว่า “ประเมินคร่าว ๆ ทั้งทหารม้าและทหารราบน่าจะมีไม่น้อยกว่า 30,000 นาย คาดว่าทหารม้ามีจำนวนมากกว่า ส่วนทหารราบมีหน้าที่คุ้มกันและรักษาเสบียงขอรับ”
เป็นเช่นนี้หรือ?
หากทหารม้ากลุ่มนี้บุกเข้าโจมตี คนสองหมื่นที่พวกเขาเกณฑ์มาเป็นการชั่วคราวย่อมต้านไม่อยู่แน่
