ไม่นานนัก จ้าวหลิวเหลียงก็กลับขึ้นมาบนเรือสมบัติ
“เจ้าก็คิดไม่ตกเช่นกันหรือ?”
เห็นจ้าวหลิวเหลียงอ้ำอึ้ง อวิ๋นเจิงจึงเอ่ยถามขึ้นก่อน
“ไม่...ไม่พ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวหลิวเหลียงส่ายหน้า “กระหม่อมเข้าใจเจตนาของท่านอ๋อง ทั้งยังอธิบายให้เหล่าทหารเข้าใจแล้ว แม้ทุกคนจะไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่ก็เข้าใจพ่ะย่ะค่ะ”
อวิ๋นเจิงฉงนใจ “ถ้าเช่นนั้นเจ้าอ้ำอึ้งอยู่ทำไม?”
จ้าวหลิวเหลียงยิ้มอย่างกระดากใจ “กระหม่อมอยากถามว่า ทหารบาดเจ็บของกองทัพศัตรูเหล่านั้น จะให้...”
กล่าวพลาง จ้าวหลิวเหลียงก็ทำท่าปาดคอ
ในบรรดาเชลยที่พวกเขาจับมา นอกจากคนที่ปล่อยไปแล้ว ยังมีผู้บาดเจ็บอีกยี่สิบกว่าคน
ในนั้นมีสิบกว่าคนที่บาดเจ็บสาหัส
จ้าวหลิวเหลียงไม่อยากเก็บคนเหล่านั้นไว้ให้สิ้นเปลืองยาและเสบียงอาหาร
“จัดการตามที่เห็นสมควรเถิด!”
อวิ๋นเจิงถลึงตาใส่จ้าวหลิวเหลียง “เมื่อมีคนบาดเจ็บ พวกเราก็รักษาให้พร้อมกัน หากรักษาไม่หาย นั่นมิใช่เรื่องสมเหตุสมผลหรือ?”
“กระหม่อมเข้าใจแล้ว!”
จ้าวหลิวเหลียงพยักหน้าหนักแน่น รอยยิ้มเจิดจ้าปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันที
อวิ๋นเจิงยิ้ม ก่อนพาจ้าวหลิวเหลียงไปนั่งที่หัวเรือ แล้วกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ปะทะกับกองทัพศัตรูเล็กน้อยครานี้ เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”
“กระหม่อมละอายใจพ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวหลิวเหลียงถอนหายใจเบา ๆ “กองทัพศัตรูเป็นเพียงทหารแตกพ่ายกลุ่มหนึ่ง แต่วิธีการรบกลับยืดหยุ่นกว่าพวกเรามาก! หากครานี้มิได้ใช้ห่อดินระเบิดข่มขวัญจนศัตรูถอยไป พวกเราอาจเอาชนะพวกเขาไม่ได้...”
เมื่อนึกถึงการรบก่อนหน้านี้ จ้าวหลิวเหลียงก็ยังรู้สึกหวาดหวั่นอยู่ในใจ
