นอกด่านเป่ยลู่กวน อวิ๋นเจิงพาทุกคนมาส่งฉินลิ่วก่านถึงนอกด่าน
“พอแล้ว ไม่ต้องมาส่งกันอีก!”
ฉินลิ่วก่านโบกมือให้ทุกคน “พวกเจ้าไปทำธุระของตัวเองเถิด! เสี่ยวลิ่วจื่อ ซั่วเป่ยต้องฝากเจ้าแล้ว หากเจ้าทำซั่วเป่ยหลุดมือ ข้าจะยอมสละชีวิตนี้ฟันเจ้าให้ตาย!”
“……”
อวิ๋นเจิงทั้งขำทั้งจนใจ มองฉินลิ่วก่านแวบหนึ่ง ก่อนกล่าวอย่างจริงจังว่า “ท่านกั๋วกงหรงวางใจเถิด หากซั่วเป่ยตกไปอยู่ในมือศัตรู ข้าคงตายไปแล้ว ไม่ต้องลำบากท่านเดินทางมาอีกครั้งหรอก”
“ดี! ข้าเชื่อเจ้า!”
ฉินลิ่วก่านหัวเราะเสียงดัง “เอาละ ข้าไปแล้ว!”
กล่าวจบ ฉินลิ่วก่านก็กระทุ้งท้องม้า ควบทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อมองฉินลิ่วก่านที่จากไป อวิ๋นเจิงมิได้รู้สึกอาลัยอาวรณ์ เพียงลอบตั้งปณิธานในใจว่าจะตีเป่ยหวนจนไม่กล้ารุกรานต้าเฉียนอีกต่อไป!
ระหว่างทางกลับจวน จู่ ๆ อวิ๋นเจิงก็หันไปถามฮูหยินเสิ่นว่า “ท่านแม่ยาย ข้าเห็นว่าท่านกับพี่สะใภ้ใหญ่มีฝีมือการต่อสู้ไม่เลว สนใจลองนำทัพที่ซั่วเป่ยหรือไม่?”
“พวกเรา… นำทัพหรือ?”
ฮูหยินเสิ่นกับเว่ยซวงมองอวิ๋นเจิงอย่างตกตะลึง คล้ายไม่อยากเชื่อหูตนเอง
“ใช่แล้ว!”
อวิ๋นเจิงยิ้ม “หากพวกท่านเต็มใจ ก็ทำได้ หากไม่เต็มใจก็ไม่เป็นไร”
บัดนี้เขาเป็นเจี๋ยตู้สื่อซั่วเป่ย!
การแต่งตั้งแม่ทัพและขุนนางทั้งหมดในซั่วเป่ย ล้วนอยู่ในอำนาจตัดสินใจของเขา
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ไม่มีตำแหน่งเจี๋ยตู้สื่อ เขาก็ยังทำเช่นนี้ได้อยู่ดี
ฮูหยินเสิ่นครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า “ข้าอายุมากแล้ว เรื่องนำทัพคงไม่ไหว! แต่หากซวงเอ๋อร์เต็มใจ นางก็ไปนำทัพได้ ข้าจะดูแลเนี่ยนฉือเอง”
