เมื่อเผชิญคำถามของอวิ๋นเจิง หน่วยลาดตระเวนก็ชะงักงันไปชั่วขณะ
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงเอ่ยว่า “กองทัพศัตรูกระจายกำลังออกแล้ว ม้าศึกนับหมื่นควบทะยานจนฝุ่นตลบ เราจึงประเมินจำนวนทหารของฝ่ายศัตรูได้ยากพ่ะย่ะค่ะ”
เมี่ยวอินสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงถามอวิ๋นเจิงทันที “เป็นอะไรไป มีสิ่งใดไม่ชอบมาพากลหรือ?”
“มีพิรุธจริงด้วย!”
อวิ๋นเจิงหรี่ตาลงเล็กน้อย “เจ้าไม่คิดหรือว่าศัตรูกระจายกำลังเร็วเกินไปหน่อย?”
เร็วเกินไปหรือ?
เมี่ยวอินขมวดคิ้ว พลางครุ่นคิดเงียบ ๆ
ดูท่าศัตรูจะกระจายกำลังเร็วเกินไปจริง ๆ!
หากศัตรูคิดจะกระจายกำลัง ก็สามารถรอให้ระยะห่างจากพวกเขาเหลือราวสิบลี้แล้วค่อยลงมือได้
หากอวิ๋นเจิงไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้ นางคงไม่ทันสังเกต
ศัตรูกระจายกำลังรวดเร็วเช่นนี้ คิดจะทำอะไรกันแน่?
เมี่ยวอินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนแววตาจะฉายประกายเข้าใจ “ท่านคิดว่าศัตรูกำลังซ่อนกำลังพลอยู่หรือ?”
“ใช่!”
อวิ๋นเจิงพยักหน้า “ศัตรูคงซ่อนทหารซุ่มโจมตีเอาไว้กองหนึ่งเป็นแน่ หากพวกเราถอยไปทางก้งปู้จริง กองกำลังนั้นก็จะออกมาขวางทาง จากนั้นทหารทั้งสองปีกจะเร่งเข้าล้อม บางทีทหารสามหมื่นนายที่อยู่ตรงหน้าพวกเราอาจรุกเข้ามายังพื้นที่คับขันด้วย...”
เมื่ออวิ๋นเจิงเอ่ยเช่นนั้น เมี่ยวอินก็เข้าใจในทันที “ศัตรูคิดจะกลืนกินพวกเราจริง ๆ หรือ?”
มุมปากอวิ๋นเจิงยกขึ้นเล็กน้อย “ศัตรูอาจไม่ได้คิดจะกลืนกินพวกเราก็ได้ บางทีเพียงอยากฉวยประโยชน์ไปบ้างเท่านั้น!”
หลัวปู้ตันเจิงมิใช่คนโง่
เขาย่อมรู้เช่นกันว่า หากทหารกว่าหมื่นนายในมือเขามุ่งฝ่าวงล้อมอย่างสุดกำลัง เพียงทหารม้าสองกองนี้ย่อมไม่อาจขวางเขาไว้ได้
