ท่าทีแข็งกร้าวของอวิ๋นเจิงทำให้เสิ่นลั่วเยี่ยนกับคนอื่น ๆ ลอบเป็นกังวล
เรื่องลอบสร้างค่ายทหารถูกเว่ยเหวินจงจับได้แล้ว อวิ๋นเจิงยังกล้าท้าทายเว่ยเหวินจงอีกหรือ?
เขากลัวว่าเว่ยเหวินจงจะไม่ยึดเรื่องนี้ไว้ไม่ปล่อยหรืออย่างไร?
หากพวกเขาไม่รู้ว่าอวิ๋นเจิงเป็นคนคิดอ่านรอบคอบ เกรงว่าคงคิดจริง ๆ ว่าเขาเป็นคนหุนหันพลันแล่น
เพียงแต่ บัดนี้พวกเขาก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องแข็งข้อกับเว่ยเหวินจง
หรือว่าเป็นเพราะต้องการชิงกล่าวหาเว่ยเหวินจงก่อน?
เว่ยเหวินจงไม่คิดว่าอวิ๋นเจิงจะชิงกล่าวหาเขาก่อน จึงตวาดว่า “เหลวไหล! แม่ทัพผู้นี้ไต่ถามตามหน้าที่ จะกล่าวว่าล้างแค้นส่วนตัวได้อย่างไร?”
อวิ๋นเจิงหรี่ตาลงเล็กน้อย ถามเสียงเย็นว่า “แน่ใจหรือว่าไม่ได้ล้างแค้นส่วนตัว?”
“แม่ทัพผู้นี้ไร้ความละอายใจ!” เว่ยเหวินจงเชิดหน้าอกผาย สีหน้าไร้ความหวาดหวั่น
อวิ๋นเจิงแค่นเสียงเบา ๆ พลางส่ายหน้า “หากเจ้าไม่ได้ล้างแค้นส่วนตัว อ๋องผู้นี้ขอแนะนำว่าอย่าเป็นผู้บัญชาการกองทัพเป่ยฝู่อีกเลย กลับบ้านไปเลี้ยงหลานเถิด!”
เว่ยเหวินจงหรี่ตาลงเล็กน้อย หัวเราะเย็นชา “อย่างไร ท่านอ๋องคิดแย่งอำนาจหรือ?”
“อ๋องผู้นี้ไม่มีความคิดเช่นนั้น ทั้งยังไร้ความสามารถด้วย!”
อวิ๋นเจิงส่ายหน้าเบา ๆ สีหน้าขรึมลง ถามว่า “เจ้าลองบอกมาสิ เสด็จพ่อของอ๋องผู้นี้มีรับสั่งให้อ๋องผู้นี้มาซั่วฟางเพื่อทำสิ่งใด?”
“ฝึกทหาร” เว่ยเหวินจงตอบสั้น ๆ ฉับไว
“เจ้าก็รู้ว่าเสด็จพ่อให้ข้ามาฝึกทหาร?”
สีหน้าอวิ๋นเจิงยิ่งไม่น่ามอง เขาตวาดว่า “อ๋องผู้นี้ได้ม้าศึกจากเป่ยหวนมามากมาย หากไม่หาสถานที่ฝึกทหารม้า หรือจะตั้งม้าเหล่านั้นไว้บูชาราวกับบรรพบุรุษ?”
“ในเมื่อเจ้าไปดูค่ายทหารทางนั้นมาแล้ว หรือดูไม่ออกว่านั่นคือค่ายฝึกทหารม้า?”
