ยามใกล้พลบค่ำ อวิ๋นเจิงส่งคนไปสั่งให้กองทัพของชวีจื้อถอนกลับมา
เมื่อกองทัพของชวีจื้อเข้ารวมกับพวกเขาแล้ว ทุกคนก็ถอยร่นไปทันที จากนั้นจึงเดินทางไปพร้อมกับหวังชี่ ตลอดทั้งคืนเพื่อคุ้มกันเสบียงมุ่งหน้าต่อไป
กองทัพอารักขาเสบียงอย่างแน่นหนา จุดคบเพลิงเดินหน้าไปไม่หยุด
ต่อมา หน่วยสอดแนมกลับมารายงานว่า มีกองทัพศัตรูสายหนึ่งมาจากทะเลทรายหวงซา ดูท่าคงคิดจะเผาเสบียงของพวกเขา
เมื่อได้ข่าว อวิ๋นเจิงก็สั่งให้คนเตรียมการทันที
ทว่ารอจนล่วงเข้าครึ่งหลังของราตรี ก็ยังไม่เห็นกองทัพศัตรูมาวางเพลิงเสบียง
อวิ๋นเจิงยิ้มขื่น สั่งทุกคนตั้งค่ายพักแรม ณ ที่นั้น
เขารู้ว่าแผนของตนถูกกองทัพศัตรูมองออกแล้ว
ศัตรูคงไม่มาวางเพลิงเสบียงอีก
พวกมันแสร้งทำทีหลงกล แล้วซ้อนแผนพวกเขาเสียเอง!
แผนการย่อมเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์
บัดนี้จำต้องวางแผนใหม่อีกครั้ง
จากนั้นอวิ๋นเจิงสั่งให้คนไปเรียกชวีจื้อกับเหล่าแม่ทัพเข้ามาในกระโจม
“ทุกท่าน สนใจเล่นเดิมพันใหญ่สักครั้งหรือไม่?”
อวิ๋นเจิงถามทุกคนอย่างตรงไปตรงมา
พอได้ยินคำพูดของอวิ๋นเจิง ดวงตาของทุกคนก็สว่างวาบขึ้นทันใด
เดิมพันใหญ่หรือ?
“ท่านอ๋องมีแผนการใดหรือ?”
ชวีจื้อผู้กระหายศึกเป็นคนแรกที่เอ่ยถาม
“ท่านอ๋อง มีแผนการใดก็ตรัสมาเถิด พวกเราจะร่วมมือกับท่านอ๋อง!”
“ใช่แล้ว!”
“หากท่านอ๋องจะบุกจู่โจมวังหลวงเป่ยหวน พวกเราก็จะตามท่านอ๋องไปด้วย!”
“……”
จากนั้นทุกคนก็พากันเอ่ยขึ้น
ดวงตาของแต่ละคนเปล่งประกายวาววับ
ราวกับหมาป่าหิวโหยที่มองเห็นเหยื่อ
“พวกทายถูกแล้วจริง ๆ!”
ประกายคมกล้าวูบไหวในดวงตาอวิ๋นเจิง “ข้าตั้งใจจะยาตราทัพบุกถึงราชสำนักจริง ๆ!”
