หลังจากสั่งการลู่ซิงเสร็จ อวิ๋นเจิงก็ให้ลู่ซิงไปพาหน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณมา
มองตามแผ่นหลังของลู่ซิง อวิ๋นเจิงก็อดครุ่นคิดเงียบ ๆ ไม่ได้
เมื่อเรื่องนี้เสร็จสิ้น ก็ถึงคราวส่งลู่ซิงให้ฉินชีหู่แล้ว
ทว่าเกราะที่ใช้คลุมม้าศึกของกองทัพอาภรณ์โลหิต คงสร้างเสร็จในเวลาอันสั้นไม่ได้
การทำเกราะนั้นไม่ง่าย ช่างฝีมือที่สร้างเกราะเป็นมีอยู่น้อยเกินไป
แม้จะระดมกำลังคนมาอย่างเร่งด่วน แต่ช่างที่ชำนาญกับช่างฝึกหัดก็ยังต่างกันอยู่มาก
ยังดีที่เมืองม่อหยางมีแร่เหล็กอยู่แต่เดิม ขอเพียงโรงถลุงเหล็กที่นั่นขยายเสร็จ ก็จะผลิตเหล็กดิบได้มากขึ้น
แต่เหมืองถ่านหินกับเหมืองเหล็กอยู่ห่างกันเกินไป!
อีกทั้งที่นั่นก็ไม่มีสะพาน
ระยะทางกับค่าใช้จ่ายในการขนส่งยังแก้ไขได้ไม่ง่ายนัก!
ยามนี้เขาไม่มีทั้งกำลังใจและกำลังคนมากพอจะก่อสร้างขนานใหญ่ จึงทำได้เพียงประคับประคองไปก่อน
ระหว่างที่อวิ๋นเจิงกำลังคิดฟุ้งซ่าน คนจากหน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณก็ถูกพาตัวเข้ามาครบทุกคน
อืม มากันครบสิบแปดคน ไม่มีขาด
ทว่าผ้าคลุมสีเขียวอมฟ้าบนกายพวกเขาล้วนขาดรุ่งริ่ง ดูสะบักสะบอมอยู่บ้าง
ยังมีอยู่หลายคนที่เห็นได้ชัดว่าบาดเจ็บ
“ตามข้ามา!”
อวิ๋นเจิงกวาดตามองทุกคน ก่อนพาพวกเขากับเสิ่นลั่วเยี่ยนเข้าไปในห้องอีกห้องหนึ่ง
“ถอดสิ่งที่ปิดบังใบหน้าออกให้หมด!”
ทันทีที่เข้าห้อง อวิ๋นเจิงก็ออกคำสั่ง
ทุกคนรับคำสั่ง แล้วถอดหน้ากากออกพร้อมกัน
เสิ่นลั่วเยี่ยนเพิ่งได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของกองกำลังลึกลับที่สุดใต้บัญชาของอวิ๋นเจิงในยามนี้
คนกลุ่มแรก ๆ ของหน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณ ส่วนใหญ่เป็นนางที่ช่วยอวิ๋นเจิงคัดเลือก
