สามวันต่อมา กองกำลังของอวิ๋นเจิงพาเชลยเหล่านั้นและร่างของเหล่าทหารที่พลีชีพกลับมาถึงเว่ยเปียน
นอกจากผู้ที่สิ้นใจในสนามรบแล้ว ยังมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีกจำนวนหนึ่งที่ยื้อชีวิตไว้ไม่ไหว
เมื่อนับดูแล้ว ทหาร 10,000 นายที่เขานำทัพ กับกองทัพอาภรณ์โลหิตอีก 1,000 นาย รวมกันมีผู้พลีชีพเกือบ 7,000 คน
เพียงแม่ทัพก็สูญเสียไปถึง 6 คน รวมถึงตู้กุยหยวน แม่ทัพคนสนิทของอวิ๋นเจิงด้วย
ในจำนวนนี้ยังมีอีก 300-400 คน ต่อให้รักษาจนหายดี ก็คงไม่อาจอยู่ในกองทัพต่อไปได้
คิดเช่นนี้แล้ว จากทั้งหมด 11,000 คน กลับสูญเสียไปกว่า 7,000 คน
แทบไม่เหลือสภาพแล้ว!
ศึกครั้งนี้ แม้พวกเขาจะสร้างผลงานได้อย่างใหญ่หลวง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียที่หนักหนาสาหัสยิ่ง
กองกำลังของตู๋กูเช่อที่บุกจู่โจมค่ายใหญ่บนภูเขาเยี่ยนหุยไม่สำเร็จ
ตอนที่พวกเขาบุกไปถึง กองทัพศัตรูถอนกำลังไปนานแล้ว
ทว่าในระหว่างนำกำลังไล่ตาม ตู๋กูเช่อกลับบังเอิญสกัดจับผู้คนจาก 2 เผ่าที่กำลังอพยพไปยังวังหลวงเป่ยหวนได้
ตู๋กูเช่อกวาดต้อนคนเหล่านั้นและปศุสัตว์ทั้งหมดมาเป็นเชลย
หลังได้รับข่าวที่อวิ๋นเจิงส่งคนมาบอก ตู๋กูเช่อก็เร่งกลับเว่ยเปียนก่อน ส่วนคนอีกกว่า 10,000 นายถูกทิ้งไว้คุ้มกันเชลยและปศุสัตว์มุ่งหน้ามายังเว่ยเปียน
“ขอแสดงความยินดีกับท่านอ๋องที่สร้างความดีความชอบอันลือเลื่อง!”
พอเห็นอวิ๋นเจิง ตู๋กูเช่อก็กล่าวแสดงความยินดีด้วยสีหน้าตื่นเต้น
การสังหารต้าฉานอวี๋แห่งเป่ยหวน นับเป็นวีรกรรมอันลือเลื่องอย่างแท้จริง
นี่คือชัยชนะครั้งใหญ่ที่สุดของต้าเฉียนในการทำศึกกับเป่ยหวน!
หลังศึกครั้งนี้ เป่ยหวนย่อมต้องใช้เวลาฟื้นฟูบาดแผล
ในระยะสั้น ซั่วเป่ยคงไม่มีศึกใหญ่เกิดขึ้นอีก
