ครานี้ ฮ่องเต้เหวินจะไม่ประทับอยู่ที่หลินเจียงนานนัก
ดังนั้นพระองค์จึงรับสั่งเป็นพิเศษว่า ไม่ต้องเตรียมตำหนักรับเสด็จ ประทับที่ที่ว่าการหลินเจียงก็พอ
“ทางแคว้นหลีมีข่าวใหม่ส่งมาหรือไม่?”
ฮ่องเต้เหวินเพิ่งเสด็จมาถึงที่ว่าการและประทับนั่ง ก็ตรัสถามอวิ๋นเจิงอย่างร้อนพระทัย
“ชั่วคราวยังไม่มีข่าวใหม่พ่ะย่ะค่ะ”
อวิ๋นเจิงตอบ “ยึดเมืองจวิ้นคืนมาได้แล้ว กองทัพศัตรูก็พ่ายแพ้ราบคาบ ที่เหลือก็แค่ไล่ขยี้ศัตรูที่กำลังตกที่นั่งลำบาก เสด็จพ่อไม่ต้องกังวลพ่ะย่ะค่ะ”
อวิ๋นเจิงไม่กังวลเรื่องศึกทางนั้นมานานแล้ว
แม้หลายวันมานี้จะไม่มีข่าวชัยชนะส่งกลับมา แต่อวิ๋นเจิงเข้าใจดีว่า เมื่อได้รับข่าวชัยชนะอีกครั้ง ครานั้นคงเป็นข่าวการล่มสลายของแคว้นหลีกับเผ่าเกาฉิน
แม้ผลลัพธ์ของศึกนี้จะไร้ข้อกังขาแล้ว แต่ถึงอย่างไรกองทัพศัตรูก็ยังครอบครองดินแดนกว้างใหญ่ การกวาดล้างเผ่าเกาฉินให้สิ้นซากยังต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย
“เจียเหยาล่ะ?”
ฮ่องเต้เหวินถามอีกว่า “นางบอกหรือไม่ว่าจะพาเด็กกลับมาเมื่อใด?”
“เรื่องนี้...นางไม่ได้บอกพ่ะย่ะค่ะ”
อวิ๋นเจิงยิ้มอย่างจนใจ “บัดนี้เจียเหยาไม่ได้อยู่ในกองทัพแล้ว แม่ทัพใหญ่เป็นผางจิ้นจิ่วพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้เหวินขมวดพระขนงเล็กน้อย “หมายความว่านางหลบหน้าอีกแล้วใช่หรือไม่?”
“จะว่าอย่างนั้นก็ไม่เชิงพ่ะย่ะค่ะ”
อวิ๋นเจิงยิ้ม “ยามนี้พวกเรารู้กันหมดว่านางน่าจะอยู่ที่ใด เพียงไม่อยากไปรบกวนนาง เสด็จพ่อจะเข้าใจว่านางปลีกวิเวกชั่วคราวก็ได้ นางบอกว่าทางนั้นยังมีธุระเล็กน้อย จัดการเสร็จแล้วจะกลับมาพ่ะย่ะค่ะ”
ยามนี้พวกเขารู้กันหมดว่าเจียเหยาอยู่ในเทือกเขาทางตะวันออกเฉียงเหนือของผิงจี๋
หากต้องการตามหาเจียเหยา ที่จริงก็ไม่ยาก
เพียงอวิ๋นเจิงออกคำสั่งแก่หน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณ พวกเขาก็จะตามหาเจียเหยาเจอในเวลาไม่นาน
