เมื่ออวิ๋นเจิงกับเมี่ยวอินออกมาด้านนอก จางซวีก็ถูกหมิงเยว่ทุบตีจนร้องโหยหวน เสื้อผ้าหลุดลุ่ยไปหมด
“องค์ชายหก ช่วยชีวิตด้วย! ช่วยด้วย...”
เมื่อเห็นอวิ๋นเจิง จางซวีก็ราวกับเห็นผู้ช่วยชีวิต จึงร้องขอความช่วยเหลือเสียงดังลั่น
“วันนี้ไม่มีผู้ใดช่วยเจ้าได้ทั้งนั้น!”
หมิงเยว่ตวาดลั่นด้วยความโกรธ “วันนี้ข้าจะตัดของเจ้าให้ได้!”
ฟังคำของหมิงเยว่แล้ว อวิ๋นเจิงกับเมี่ยวอินก็อดสบตากันแล้วยิ้มไม่ได้
ดูท่าที่พวกเขาคาดเดาไว้คงไม่ผิด
“พอแล้ว พอแล้ว...”
เมี่ยวอินฝืนทนความเจ็บปวดช่วงล่าง เดินเข้าไปห้ามหมิงเยว่ ก่อนถามว่า “นี่พวกเจ้ามีเรื่องอะไรกันแน่?”
เมื่อเห็นเมี่ยวอิน ความน้อยเนื้อต่ำใจในใจหมิงเยว่ก็ปะทุราวกับน้ำหลาก นางร้องไห้โฮออกมาทันที
“ข้า... ข้าถูกเดรัจฉานนี่ล่วงเกิน...”
หมิงเยว่ย่อตัวลงกับพื้น ร่ำไห้สะอึกสะอื้น
เมื่อข้อสันนิษฐานในใจได้รับการยืนยัน เมี่ยวอินก็หันขวับไปมองจางซวี แววตาเย็นเยียบวาบผ่าน
“ไม่ใช่... เรื่องนี้...”
จางซวีหดคอ ร้องครวญครางว่า “เรื่องนี้จะโทษข้าได้อย่างไร! ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางเข้ามาในห้องข้าได้อย่างไร นี่... เห็นชัด ๆ ว่านางต่างหากที่ล่วงเกินข้า...”
กล่าวจบ จางซวียังทำสีหน้าราวกับได้รับความอยุติธรรมอย่างแสนสาหัส
ท่าทางประหนึ่งภรรยาน้อยที่ถูกกลั่นแกล้ง
“เจ้า...”
หมิงเยว่โกรธจนแทบขาดใจ นางเงยหน้าขึ้นฉับพลันแล้วตวาดอย่างมุ่งร้าย “เดรัจฉาน! ข้า... ข้าจะฆ่าเจ้า!”
กล่าวจบ หมิงเยว่ก็ทำท่าจะพุ่งเข้าใส่จางซวี
เมี่ยวอินรีบคว้าตัวหมิงเยว่ไว้ เกลี้ยกล่อมอยู่นานกว่าจะพานางไปอีกด้านได้
“เจ้าเป็นฝ่ายเข้าไปในห้องเขาจริงหรือ?”
เมี่ยวอินลดเสียงถาม
หมิงเยว่ชะงักเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าด้วยสีหน้าเศร้าสลดและคับแค้น
