“ข้ารับราชการ...มาสามสิบกว่าปี ข้ามีคุณูปการต่อแคว้นต้าเฉียนหรือไม่?”
สวีฉือฝู่ถามเสียงหอบหืด
“มี!”
ฮ่องเต้เหวินตอบโดยไม่ลังเล “เราเคยบอกเหล่าซานว่า มองไปทั่วทั้งแคว้นต้าเฉียน คนที่จัดการกรมคลังได้เป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นนี้มีไม่กี่คน!”
“เจ้ารับราชการมาสามสิบกว่าปี กุมอำนาจกรมคลังมาสิบสองปี”
“ตลอดหลายปีที่เจ้าดูแลกรมคลัง เมื่อแต่ละถิ่นประสบภัย ราชสำนักก็สามารถจัดหาเงินและเสบียงไปบรรเทาทุกข์ได้”
“ไม่ว่าที่ใดต้องซ่อมแซมชลประทานหรือฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ เจ้าก็พยายามทุกวิถีทางเพื่อหาเงินมาให้”
“หลังความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่ซั่วเป่ยในครานั้น ก็เป็นเจ้านั่นแหละที่ทุ่มเทสุดกำลัง ทำให้ราชสำนักฟื้นคืนกำลังได้บ้าง มิได้เสื่อมถอยเพราะความพ่ายแพ้ยับเยินครั้งนั้น”
“ศึกที่ซั่วเป่ยครานั้น แม้เจ้าจะคัดค้านสุดกำลัง แต่หลังจากกองทัพออกศึก เราก็ไม่เคยต้องกังวลเรื่องเสบียงเลย”
“แม้เจ้าจะสรรหาวิธีรีดไถทรัพย์สิน ทั้งยังรวบรวมพรรคพวกเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน แต่ก็มิได้กระทบต่อรากฐานของแผ่นดิน”
“คุณูปการของเจ้า เรายังจดจำได้ทั้งหมด!”
“เจ้าเป็นขุนนางกังฉิน แต่ก็เป็นขุนนางผู้มีความสามารถ!”
“ในพงศาวดารของชนรุ่นหลัง ย่อมบันทึกเรื่องนี้ตามจริง...”
ฮ่องเต้เหวินไม่เคยปฏิเสธคุณูปการของสวีฉือฝู่ และไม่อาจปฏิเสธได้
สวีฉือฝู่มีข้อบกพร่องอยู่ไม่น้อย ทว่าเป็นคนที่ใช้งานได้อย่างคล่องมือ
งานใดที่ฮ่องเต้เหวินกำหนดแล้วมอบหมายให้สวีฉือฝู่จัดการ ต่อให้ยากลำบากเพียงใด สวีฉือฝู่ก็ทำสำเร็จ
หากราชสำนักเผชิญปัญหาใหญ่หรือความยุ่งยากขึ้นมาจริง ๆ คนที่พึ่งพาได้ก็มีอยู่ไม่กี่คน
