หลังจากหารือกับจ้าวหลิวเหลียงและเจินเถียนอู่อยู่พักหนึ่ง อวิ๋นเจิงก็ตัดสินใจแบ่งกำลังออกเป็นสองทางในที่สุด
ให้จ้าวหลิวเหลียง เสิ่นควน และเจินเถียนอู่นำทัพหน้า พร้อมกำลังครึ่งหนึ่งของทัพหลัง มุ่งจากอ่าวทางเหนือไปทางตะวันตกเฉียงใต้ แสร้งทำทีว่าจะยกพลขึ้นบกที่ฉางอวี่ เพื่อบีบให้กองเรือของศัตรูออกมารบตัดสินแพ้ชนะ
ส่วนพวกเขาจะนำกำลังที่เหลือเข้าโจมตีจากทางบก
การรบทางทะเลให้ทั้งสามรับผิดชอบทั้งหมด โดยมีจ้าวหลิวเหลียงเป็นแม่ทัพใหญ่ ส่วนเสิ่นควนและเจินเถียนอู่เป็นรองแม่ทัพ
ทันทีที่กวาดล้างกองเรือของศัตรูได้ ให้ส่งข่าวมารายงาน
รุ่งเช้าวันถัดมา หลังทิ้งกำลังส่วนหนึ่งไว้รับทัพใหญ่ที่ยังคงทยอยขึ้นฝั่ง ค่ายใหญ่ของพวกเขาก็เริ่มเคลื่อนรุดไปข้างหน้า
ก่อนพวกเขา หน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณได้ออกเดินทางไปล่วงหน้าแล้ว
หน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณจะซุ่มโจมตีอยู่ตามเส้นทางล่าถอยของศัตรู
หากศัตรูทิ้งเมืองเป่ยเซียงแล้วหลบหนี พวกเขาก็จะตามติดไปลอบสังหาร
หากจับหยวนฉางเจิ้ง ตัวการสำคัญได้ย่อมประเสริฐที่สุด
เมื่อค่ายใหญ่ของพวกเขาเริ่มเคลื่อนหน้า หยวนฉางเจิ้งในเมืองเป่ยเซียงก็ได้รับข่าวในทันที
เผชิญหน้ากับทหารต้าเฉียนที่ยกทัพมาด้วยท่าทีดุดัน หยวนฉางเจิ้งรู้สึกหวั่นใจอยู่บ้าง ทว่ากลับแสดงออกมาไม่ได้
ถึงกระนั้น แม้ในยามนี้ สิ่งที่หยวนฉางเจิ้งกังวลก็ไม่ใช่กลยุทธ์ของฝ่ายตน หรือกำลังรบของทหารที่ด้อยกว่ากองทัพต้าเฉียน
ความกังวลทั้งหมดของเขาล้วนมาจากอาวุธชนิดที่ไม่รู้จักนั้น
ศึกเมื่อวาน แม้ความสูญเสียของพวกเขาจะไม่มากนัก แต่อาวุธลึกลับนั้นกลับสร้างความหวาดหวั่นอย่างใหญ่หลวงแก่เขาและเหล่าทหารใต้บัญชา
ไกลเกินไปแล้ว!
เขาเตรียมป้องกันอาวุธชนิดนั้นของศัตรูอย่างสุดความสามารถแล้ว
