ยามบ่าย อวิ๋นเจิงพาฮ่องเต้เหวินไปยังแปลงมันเทศที่กำลังเก็บเกี่ยว เพื่อตรวจดูผลผลิต
เมื่อทอดพระเนตรเห็นมันเทศแต่ละหัวใหญ่กว่ากำปั้น ฮ่องเต้เหวินก็ทรงเปี่ยมด้วยความยินดี
“ดี! ดี!”
“ดีจริง ๆ...”
ฮ่องเต้เหวินทอดพระเนตรพลางทอดถอนพระทัยไม่ขาด ก่อนยื่นพระหัตถ์ไปทางโจวไต้ “เอาจอบมาให้เราด้ามหนึ่ง!”
สีหน้าโจวไต้แปรเปลี่ยนเล็กน้อย “ฝ่าบาท ให้กระหม่อมลงมือเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
“บอกให้ไปเอาก็ไปเอาสิ จะพูดมากไปไย?”
ฮ่องเต้เหวินทรงถลึงพระเนตรใส่โจวไต้ “เราก็เคยทำไร่ไถนามิใช่หรือ ต้องให้เจ้าทำแทนด้วยหรือ?”
ในวังหลวงของพระองค์ยังมีแปลงมันเทศอยู่แปลงหนึ่ง!
ไม่รู้ว่าผลผลิตจากแปลงมันเทศในวังจะสูงกว่านี้หรือไม่
พระองค์เองก็ดูแลมันเทศเหล่านั้นอย่างเอาใจใส่ คิดว่าผลผลิตน่าจะสูงกว่านี้กระมัง?
โจวไต้จนปัญญา จึงรับจอบจากทหารเถียนสูงวัยคนหนึ่ง แล้วยื่นให้ฮ่องเต้เหวิน
ฮ่องเต้เหวินทรงคว้าจอบขึ้นมา แล้วเริ่มขุดอย่างช้า ๆ
พระองค์ไม่กล้าขุดแรงเหมือนทหารเถียนเหล่านั้น เพียงค่อย ๆ แซะดินรอบเถามันเทศออกทีละน้อย
เมื่อดินรอบ ๆ ถูกแซะออก มันเทศเปลือกแดงแต่ละหัวก็เผยให้เห็น
มันเทศมีจำนวนไม่น้อย ทว่าขนาดกลับแตกต่างกัน
ฮ่องเต้เหวินทรงดึงมันเทศหัวค่อนข้างใหญ่ออกจากดิน ชั่งน้ำหนักในพระหัตถ์ ก่อนหันไปถามอวิ๋นเจิง “เจ้าทำให้มันเทศทุกหัวใต้เถานี้โตได้ขนาดนี้ไม่ได้หรือ?”
หากมันเทศทุกหัวใหญ่เช่นนี้ หรือเล็กกว่านี้เพียงเล็กน้อย มันเทศที่งอกจากเถาหนึ่งก็คงพอให้คนทั้งครอบครัวกินได้หนึ่งมื้อ
“เรื่องนี้...คงไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”
อวิ๋นเจิงหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “แต่หากปลูกทางใต้ มันเทศพวกนี้น่าจะมีขนาดใหญ่กว่านี้ไม่น้อย”
คิดอะไรอยู่กัน?
