ไม่นานนัก เสียงปืนใหญ่ก็ดังสนั่นรอบด้าน
ภายใต้ม่านหมอกหนาทึบ อวิ๋นเจิงมองไม่เห็นสถานการณ์โดยรอบ ได้แต่ร้อนใจอยู่บนดาดฟ้าเรือ
เสียงปืนใหญ่ดังขึ้น หานจิ้นและคนอื่น ๆ ซึ่งพักอยู่ในห้องใต้ท้องเรือต่างพากันขึ้นมาบนดาดฟ้า
เมื่อเห็นหมอกหนาปกคลุมผืนน้ำทะเล ทั้งยังได้ยินเสียงปืนใหญ่ดังต่อเนื่อง แม้อวิ๋นเจิงไม่ต้องเอ่ยปาก พวกเขาก็รู้ว่ากองทัพศัตรูฉวยโอกาสยามหมอกลงหนาเข้าจู่โจมพวกตนเป็นแน่
สถานการณ์เช่นนี้ ทุกคนต่างจนปัญญา
พวกเขามองไม่เห็นแม้แต่สถานการณ์รอบข้าง ต่อให้คิดช่วยก็ช่วยไม่ได้
ยามนี้ทำได้เพียงเลือกเชื่อใจกองเรือรบของพวกตน
“เอาละ ไม่ต้องกังวล”
เจียเหยาเดินมาข้างกายอวิ๋นเจิง “พวกเรามองไม่เห็น กองทัพศัตรูก็มองไม่เห็นเช่นกัน ต่อให้รบกันอย่างชุลมุน พวกเราก็ไม่หวั่นเกรงศัตรู!”
“ข้ารู้”
อวิ๋นเจิงพยักหน้าเบา ๆ “ข้าไม่ได้กลัวว่าจะเอาชนะไม่ได้ แต่กลัวว่าพวกเราจะสูญเสียมากเกินไป!”
ภายใต้ม่านหมอก ข้อได้เปรียบสูงสุดของพวกเขาไม่อาจสำแดงออกมาได้เลย
หากศัตรูประชิดเข้ามา ก็มีแต่ต้องปะทะกันซึ่งหน้า
การเอาชนะกองเรือศัตรูโดยสูญเสียน้อยที่สุด กับการเอาชนะศัตรูโดยสูญเสียมากนั้น เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง
โครม!
ระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน จู่ ๆ ก็มีเสียงกระแทกดังขึ้นข้างหู ตามด้วยแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงของลำเรือ
“คงเป็นเรือรบของพวกเราที่กะระยะพลาดจนชนเข้ากระมัง รีบไปดูว่ามีความเสียหายหรือไม่!”
อวิ๋นเจิงสั่งการแล้วเร่งรุดไปยังกราบเรือ
