ทันทีที่เข้าเมือง อวิ๋นเจิงก็พบว่าซั่วฟางดูแตกต่างไปจากเดิมอยู่บ้าง
อาจเป็นเพราะใกล้ถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ซั่วฟางจึงคึกคักกว่าปกติมาก ผู้คนเดินขวักไขว่ตามท้องถนน เสียงพ่อค้าแม่ขายร้องเรียกลูกค้าดังไปทั่ว
หลังจากผ่านการปรับตัวมาระยะหนึ่ง ราคาสินค้าในซั่วฟางก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ทว่าสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันบางอย่างก็ยังมีราคาสูงกว่าในด่านในไม่น้อย
หลังเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ราคาสินค้าคงลดลงอีกครั้ง
ยามนี้ในด่านในก็คงเริ่มเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงกันแล้ว ต่อไปเมื่อมีสิ่งของจากด่านในขนส่งมามากขึ้น ราคาก็จะลดลงไปอีก
ขอเพียงราคาสินค้าในซั่วเป่ยลดลงไปอยู่ในระดับเดียวกับก่อนเปิดศึกกับเป่ยหวน พวกเขาก็ถือว่าชนะอย่างเด็ดขาดแล้ว
“ท่านอ๋อง ใต้เท้าจาง...”
ขณะที่อวิ๋นเจิงขี่ม้าพลางมองไปรอบ ๆ จู่ ๆ ก็มีเสียงเรียกดังขึ้นข้างหู
ทั้งสองหันไปตามเสียง เห็นชายวัยกลางคนใบหน้าแดงก่ำผู้หนึ่งกำลังโบกมือเรียกอวิ๋นเจิงอยู่บนหอคณิกาไม่ไกล
โหวซื่อไค?
อวิ๋นเจิงกับจางซวีสบตากันโดยมิได้นัดหมาย
โหวซื่อไคอีกแล้วหรือ?
เจ้าหมอนี่อยู่หอคณิกาอีกแล้ว?
คราวก่อนที่พวกเขาพบโหวซื่อไค ก็บังเอิญเจอกันที่หอคณิกาเช่นกันกระมัง?
แม้หอคณิกาแห่งนี้จะเป็นกิจการของเขาเอง แต่ขลุกอยู่ในนั้นทุกวัน ไม่กลัวไตพร่องหรือไร?
“ไม่อิจฉายวนยาง ไม่อิจฉาเซียน ขออิจฉาแต่ชีวิตแต่ละวันของเถ้าแก่โหว...”
อวิ๋นเจิงพึมพำกับตนเอง ก่อนพลิกตัวลงจากหลังม้า
ระหว่างที่อวิ๋นเจิงบ่นงึมงำอยู่ในใจ โหวซื่อไคก็วิ่งออกมาจากหอคณิกาแล้ว
