เมื่อฮ่องเต้เหวินต้องการทอดพระเนตร อวิ๋นเจิงก็ไม่รอช้า
อวิ๋นเจิงพาฮ่องเต้เหวินและคนอื่น ๆ เดินวนอยู่ในเขารอบหนึ่ง ก่อนจะหาก้อนหินใหญ่หนักกว่าพันชั่ง แล้วสอดห่อดินปืนไว้ใต้ก้อนหิน
อวิ๋นเจิงส่งสัญญาณให้ฮ่องเต้เหวินปิดพระกรรณ จากนั้นจึงจุดชนวนห่อดินระเบิด แล้วเร่งฝีเท้าหลบออกไปอย่างว่องไว
“ตูม!”
อวิ๋นเจิงเพิ่งวิ่งไปได้สิบกว่าจั้ง เสียงสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
พร้อมกับเสียงระเบิด ฝุ่นควันก็ฟุ้งกระจายไปทั่ว ก้อนหินหนักพันชั่งแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ เศษหินที่กระเด็นมายังเกือบถูกอวิ๋นเจิงอีกด้วย
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ฮ่องเต้เหวินและคนอื่น ๆ ต่างตกตะลึงอย่างยิ่ง
ฉินลิ่วก่านเบิกตากว้าง แทบไม่กล้าเชื่อสายตาตนเอง
ก้อนหินใหญ่โตถึงเพียงนั้น กลับถูกของชิ้นเล็ก ๆ นั่นระเบิดจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ ได้หรือ?
หากฝังของเช่นนี้ไว้ใต้กำแพงเมืองสักหลายห่อ แม้แต่กำแพงเมืองหลวงก็คงถูกระเบิดจนพังถล่มกระมัง?
คิดมาถึงตรงนี้ ลมหายใจของฉินลิ่วก่านก็พลันถี่กระชั้นขึ้น
“ฝ่าบาท นี่...นี่ต่างหากคือศาสตราวุธวิเศษที่แท้จริง!”
ฉินลิ่วก่านกำหมัดแน่น เอ่ยด้วยเสียงสั่นเทา แววตาเปล่งประกายผิดแผก
เขาเองก็เป็นแม่ทัพ ย่อมรู้ดีว่าสิ่งนี้มีประโยชน์เพียงใด
นี่มันของวิเศษสำหรับตีเมืองยึดป้อมชัด ๆ!
มิน่าเล่า พวกเขาจึงยึดเมืองสำคัญที่แคว้นต้าเยวี่ยป้องกันอย่างแน่นหนาได้ โดยต้องแลกกับการสูญเสียเพียงน้อยนิด
บัดซบเอ๊ย!
ประตูเมืองของบ้านไหนจะทนแรงระเบิดจากของสิ่งนี้ได้กัน!
“เป็นศาสตราวุธวิเศษจริง ๆ!”
ฮ่องเต้เหวินกำหมัดแน่นเช่นกัน “มีของวิเศษเช่นนี้อยู่ในมือ ยังมีเมืองใดใต้หล้าที่ตีไม่แตก?”
