ทั้งสองคนกะพริบตาถี่ ๆ พยายามดูว่าตนตาฝาดไปหรือไม่
ทว่าเนื้อความบนกระดาษกลับไม่เปลี่ยนแปลง
เมื่อเห็นข้อความสั้น ๆ ที่แฝงข้อมูลสำคัญมหาศาล ทั้งสองก็ถึงกับตะลึงงัน
อวิ๋นเจิงชิงอำนาจบัญชาการทหารไปแล้ว แต่ฮ่องเต้ต้าเฉียนกลับปล่อยเขาไว้เช่นนั้นหรือ?
ไม่เพียงพระราชทานบำเหน็จอย่างใหญ่หลวง ยังส่งเสบียงให้พวกเขาอีกด้วย?
นี่...เป็นไปได้อย่างไร?
ฮ่องเต้ต้าเฉียนเสียสติไปแล้วหรือ?
หรือไม่กลัวว่าหากเปิดช่องเช่นนี้ แม่ทัพที่รักษาชายแดนของต้าเฉียนจะพากันรวบรวมกำลังตั้งตนเป็นใหญ่หรือไร?
กองทัพเป่ยฝู่เป็นกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของต้าเฉียนรองจากกองรักษาพระนครทั้งหกเชียวนะ!
ฮ่องเต้ต้าเฉียนมอบให้กับอวิ๋นเจิงไปเช่นนี้หรือ?
ชั่วขณะนั้น ทั้งสองนึกอยากด่ากราดขึ้นมา
ฮ่องเต้ต้าเฉียนมีปัญหาหรืออย่างไร?
อย่างน้อยฮ่องเต้ต้าเฉียนก็ควรตัดเสบียงของกองทัพเป่ยฝู่เสีย!
หากกองทัพเป่ยฝู่ไม่มีเสบียงเพียงพอ แรงกดดันจากเป่ยหวนก็จะลดลงมาก
แต่สถานการณ์เบื้องหน้าเช่นนี้ สำหรับเป่ยหวนแล้วไม่ต่างจากเคราะห์ซ้ำกรรมซัด!
“เฮ้อ...”
เจียเหยาหายใจยาว พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา สีหน้าเต็มไปด้วยความขมขื่น “พวกเราประเมินความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของฮ่องเต้ต้าเฉียนต่ำไปทั้งสิ้น ครานี้พวกเราลำบากแล้ว...”
เมื่อได้ฟังคำพูดของเจียเหยา สีหน้าของทั้งสองก็พลันหม่นหมอง
ใช่แล้ว!
ทุกคนล้วนประเมินความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของฮ่องเต้ต้าเฉียนต่ำไป!
การตัดสินพระทัยครั้งนี้ของฮ่องเต้ต้าเฉียน ไม่เพียงป้องกันความวุ่นวายภายในต้าเฉียนได้โดยตรง ยังผลักเป่ยหวนไปจนถึงขอบเหวอีกด้วย
เมื่ออวิ๋นเจิงไร้ความกังวลเรื่องภายใน เขาย่อมทุ่มกำลังจัดการเป่ยหวนอย่างเต็มที่!
อย่าเห็นว่าเป่ยหวนในยามนี้ดิ้นรนสุดกำลังจนดูเหมือนยังรวบรวมกองทัพสี่แสนนายได้ หากเป่ยหวนทำเช่นนั้นจริง ต่อให้ไม่ต้องรออวิ๋นเจิงลงมือ ภายในเป่ยหวนก็คงพังทลายเสียก่อน
