เมืองหู่โข่ว
เกาเฉวียนซึ่งอายุล่วงเลยห้าสิบปีแล้วรู้สึกกระวนกระวายใจอยู่บ้าง
เขาได้รับข่าวที่แน่ชัดแล้วว่ากองทัพศัตรูส่งกำลังเสริมไปยังซ่างเหอ
แถมยังเป็นกองทหารม้าขนาดใหญ่
ตามหลักแล้ว กองหนุนของกองเรือสยงจินน่าจะมาถึงเมืองหลงชิ่งแล้ว
กองทัพศัตรูย่อมจับตาสถานการณ์ทางเมืองหลงชิ่งอยู่เช่นกัน
หากศัตรูรู้ว่าเมืองหลงชิ่งมีกำลังเสริมจำนวนมาก ก็ควรส่งกำลังไปเพิ่มที่ตู้หยาง เหตุใดจึงส่งไปซ่างเหอเล่า?
หรือศัตรูไม่กลัวว่าพวกเขาจะยกทัพออกจากเมืองหลงชิ่งไปชิงตู้หยางคืนหรือ?
หรือว่านี่เป็นกับดักที่ศัตรูวางไว้ให้พวกเขาตั้งแต่แรก?
ศัตรูรอให้พวกเขายกทัพจากเมืองหลงชิ่งไปโจมตีตู้หยางอยู่หรือ?
บัดซบ!
บัดนี้เมืองซ่างเหอถูกศัตรูยึดครอง อีกกองทัพหนึ่งก็กำลังประชิดเมืองเหอจี้ ข่าวจากเมืองหลงชิ่งจึงส่งมาไม่ถึงเลย
เขาส่งคนไปตามเส้นทางลับมุ่งหน้าสู่เมืองหลงชิ่งแล้ว ทว่าต้องข้ามเขาลัดเลาะหุบผา ไปกลับกินเวลามากโข
ส่วนหวังซู่ก็ส่งคนมาทวงถามหลายครั้งให้เขารีบเคลื่อนทัพไปยังเหอจี้
แต่ยามนี้เขามืดแปดด้านเกี่ยวกับสถานการณ์ในเขตซ่างชิ่ง หน่วยสอดแนมที่ส่งไปทางเหอจี้ก็ยังไม่กลับมา แล้วเขาจะยกทัพออกไปโดยพลการได้อย่างไร
หากเขาเคลื่อนทัพไปเหอจี้ แล้วศัตรูที่เมืองซ่างเหอฉวยโอกาสยึดหู่โข่วได้ ประตูสู่เขตจิงจี้ก็จะเปิดโล่ง
ขณะที่เกาเฉวียนกำลังกระวนกระวาย ทหารองครักษ์คนสนิทก็วิ่งเข้ามารายงานด้วยสีหน้าตื่นตระหนกว่า “ท่านแม่ทัพ หน่วยสอดแนมที่ส่งไปเหอจี้กลับมาแล้ว ทั้งยังพาทหารรักษาการณ์คนหนึ่งที่หนีออกมาจากเหอจี้มาด้วย...”
ทหารรักษาการณ์ที่หนีออกจากเหอจี้หรือ?
สีหน้าเกาเฉวียนแปรเปลี่ยนฉับพลัน
หรือว่าเหอจี้เสียเมืองแล้ว?
บัดซบ!
เหอจี้มีระบบป้องกันที่พร้อมสรรพ ไฉนจึงถูกศัตรูตีแตกได้รวดเร็วถึงเพียงนี้?
ต่อให้ให้ฝูงสุกรไปเฝ้าเหอจี้ เหอจี้ก็ไม่มีทางถูกศัตรูตีแตกเร็วขนาดนี้!
