อวิ๋นเจิงเห็นกองทหารม้าที่เคลื่อนกำลังไปยังปีกกองทัพศัตรูเช่นกัน จึงอดกังวลอยู่ในใจมิได้
ดูเหมือนข้าศึกจะเดาได้ว่าพวกชวีจื้อจะวกกลับมาสังหาร!
หากชวีจื้อบุกฝ่าแนวข้าศึกกลุ่มนี้ได้โดยเร็ว ศึกครั้งนี้ก็คงไม่หนักหนานัก
แต่หากพวกชวีจื้อถูกพัวพันไว้ การสูญเสียในศึกครั้งนี้คงไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม ทหารม้าเป่ยหวนกลุ่มใหญ่กลุ่มนี้เป็นเพียงชายฉกรรจ์ที่เกณฑ์มาเป็นการชั่วคราว ไม่น่าจะมีฝีมือพอจะรั้งพวกชวีจื้อไว้ได้
กลางสนามรบ ทหารม้าต้าเฉียนนายหนึ่งถูกธนูยิง แต่ไม่ถูกจุดสำคัญ
ทหารม้าต้าเฉียนผู้นั้นไม่สนใจลูกธนูที่ปักคาร่าง ยังคงถือทวนขี่ม้าพุ่งเข้าโจมตีข้าศึกอย่างดุดัน
ยาวกว่าหนึ่งชุ่น ย่อมได้เปรียบหนึ่งชุ่น
ทวนขี่ม้าของทหารต้าเฉียนแทงทะลุร่างทหารเหมิงหูที่สวมเกราะหนังขาดวิ่น
ทหารต้าเฉียนมิได้ชะงักแม้แต่น้อย เขาชักทวนขี่ม้ากลับอย่างรวดเร็ว ก่อนแทงใส่ทหารเหมิงหูอีกนาย
หลังจากแทงทหารเหมิงหูตกจากหลังม้าไปอีกคน ทหารเหมิงหูนายหนึ่งก็ควบม้าผ่านข้างกายเขา แล้วฟันดาบโค้งในมือใส่อย่างแรง
“เคร้ง...”
ดาบโค้งฟันลงบนเกราะของทหารต้าเฉียน ไม่เพียงไม่อาจทำให้เขาบาดเจ็บ กลับบิ่นเป็นรอยบนคมดาบของทหารเหมิงหู
ชั่วพริบตาถัดมา ทหารเหมิงหูผู้นั้นก็ถูกทวนขี่ม้าของทหารม้าต้าเฉียนแทงทะลุร่าง
ส่วนทหารต้าเฉียนที่ถูกลูกธนูปักร่างยังคงบุกสังหารต่อไป
ทว่าแม้มีเกราะชั้นดีคอยคุ้มกัน ทหารผู้นี้ก็ยืนหยัดได้ไม่นานนัก
