หลังหลบหนีมาตลอดทั้งคืน กองทัพฉิวฉือและแคว้นต้าเยวี่ยก็หนีห่างออกไปไกลแล้ว
ทว่าในการแตกพ่ายครั้งนี้ บ้างก็หนีได้เร็ว บ้างก็หนีได้ช้า
ขบวนทัพที่แตกหนียืดยาวออกไปมาก
เมื่อฟ้าสาง ผู้คนไม่น้อยก็หมดเรี่ยวแรง ถูกทิ้งห่างอยู่ท้ายขบวนที่กำลังหลบหนี
หลังหลบหนีกันมาตลอดคืน ทหารของทั้งสองแคว้นอาจสงบสติลงแล้ว หรือไม่ก็รู้สึกว่าหนีห่างจากกองทัพศัตรูมากพอแล้ว ความแตกตื่นก่อนหน้านี้จึงค่อย ๆ คลายลง
ยามนี้ โหลวอี้กับอวี้ไท่ต่างเริ่มรวบรวมทหารที่แตกกระเจิง
กลุ่มแรกที่รวบรวมได้ย่อมเป็นทหารม้าที่หนีอยู่ข้างหน้า
แม้ทหารม้าของทั้งสองแคว้นจะบาดเจ็บล้มตายไม่น้อย แต่เมื่อเทียบกับทหารราบแล้ว นับว่ายังดีกว่ามาก
ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม ทหารม้าของทั้งสองแคว้นก็ถูกรวบรวมกลับมาได้เกือบครบ ขณะเดียวกันก็ส่งคนไปตามทหารที่แตกหนีและถูกทิ้งไว้ข้างหลังด้วย
จำนวนที่แน่ชัดนั้น พวกเขายังไม่อาจนับได้ในยามนี้
ทว่าดูเหมือนทหารม้าของฉิวฉือจะมีจำนวนมากกว่าอยู่เล็กน้อย
โหลวอี้พาทหารองครักษ์กับคูฉาไปพบอวี้ไท่อีกครั้ง
“ท่านแม่ทัพเฒ่าอวี้ พวกท่านคิดจะออกเดินทางเมื่อใด?”
โหลวอี้เอ่ยถามตรง ๆ
“ยังต้องรออีกหน่อย”
อวี้ไท่หลบหนีมาทั้งคืน สีหน้ายังคงซีดเผือด “กำลังพลของข้าในยามนี้มีน้อยเกินไป ข้ายังอยากรวบรวมคนให้ได้อีกสักหมื่น ระหว่างนี้ก็ให้เหล่าทหารได้พักผ่อนด้วย...”
“อืม”
โหลวอี้พยักหน้าเบา ๆ “การศึกย่อมให้ความสำคัญกับความรวดเร็ว หากท่านแม่ทัพเฒ่าอวี้จะออกเดินทาง ก็จงออกเดินทางโดยเร็วเถิด นอกจากนี้ กองทัพของข้ายังมีเสบียงแห้งเหลืออยู่เล็กน้อย หากท่านแม่ทัพเฒ่าต้องการ ข้าก็แบ่งให้กองทัพของท่านได้...”
