หลังพักค้างคืนที่ด่านเป่ยลู่ อวิ๋นเจิงก็เป็นผู้นำทัพออกเดินทางก่อน
ยามออกเดินทาง ในขบวนมีรถม้าบรรทุกสินค้าเพิ่มขึ้นมาหลายสิบคัน
ภายในมีทั้งหนังสัตว์ ทองเงิน สมุนไพร และสิ่งของอื่น ๆ อีกทั้งยังมีบัลลังก์ของอ๋องฉิวฉือด้วย
ทว่ารถม้าหลายคันดูราวกับบรรทุกของเต็มคัน แท้จริงแล้วในหีบมีของจริงอยู่เพียงชั้นบนสุด ส่วนด้านล่างยัดด้วยหญ้าแห้งทั้งหมด
สิ่งของเหล่านี้เดิมทีอวิ๋นเจิงเตรียมไว้เป็นสินเดิมให้เจียเหยา ภายหลังยังต้องขนกลับไปอีก
หากบรรทุกจนเต็มคันจริง ๆ ขนไปขนมาก็เหน็ดเหนื่อยเปล่า
“รายงาน...”
ทหารม้าสอดแนมควบม้ามาอย่างรวดเร็ว “กราบทูลท่านอ๋อง รัชทายาทนำเหล่าขุนนางออกมาต้อนรับท่านอ๋องกับคณะส่งตัวเจ้าสาวจากเป่ยหวน ณ จุดห่างจากจวิ้นซื่อฟางสิบลี้พ่ะย่ะค่ะ!”
“ทราบแล้ว!”
อวิ๋นเจิงพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม ก่อนสั่งเสิ่นควนว่า “สั่งทุกคนเร่งฝีเท้าขึ้น อย่าให้รัชทายาทต้องรอนาน!”
ยังจะเล่นละครมาต้อนรับกันถึงสิบลี้อีกหรือ?
พี่สามไม่เลวเลยนี่!
ถึงกับรู้จักอดทนอดกลั้นแล้ว!
แค่ไม่รู้ว่าพี่สามจะรู้สึกอย่างไร เมื่อเห็นคนในขบวนของพวกเขา
เมื่อเสิ่นควนถ่ายทอดคำสั่งของอวิ๋นเจิงลงไป ความเร็วของกองทัพก็เพิ่มขึ้นฉับพลัน
“ข้าไม่ต้องนั่งรถม้าได้หรือไม่?”
ภายในรถม้า เจียเหยาเลิกม่านมองอวิ๋นเจิงซึ่งควบม้าอยู่ข้างรถ “พอใกล้ถึงจวิ้นซื่อฟางแล้ว ข้าค่อยเข้าไปนั่งในรถม้าไม่ได้หรือ?”
นางเติบโตมากับการขี่ม้า ต่อให้ให้นางนอนบนหลังม้าก็ยังได้
แต่การให้นั่งอยู่ในรถม้าช่างทรมานเหลือเกิน
ยิ่งความเร็วเพิ่มขึ้น รถม้าก็ยิ่งโคลงเคลง ทำให้นางรู้สึกไม่สบายอย่างยิ่ง
