“กราบทูลท่านอ๋อง กองกำลังของหลัวปู้ตันเจิงมีความเคลื่อนไหว ดูท่าจะคิดโจมตีก้งปู้พ่ะย่ะค่ะ!”
เมื่อกองกำลังของหลัวปู้ตันเจิงเริ่มเคลื่อนไหว อวิ๋นเจิงก็ได้รับข่าวเป็นคนแรก
โจมตีลวง!
อวิ๋นเจิงตัดสินเจตนาของหลัวปู้ตันเจิงได้ทันที
จุดประสงค์ของหลัวปู้ตันเจิงคือบีบให้พวกเขาหวนกลับไปช่วยเหลือ
แม้กองทัพศัตรูจะคิดสู้จนตัวตาย แต่ก็ไม่ใช่จะเริ่มสู้สุดชีวิตกันในยามนี้
อย่างน้อยก็ควรรอให้กองทัพส่วนอื่นเข้าประชิดมากกว่านี้ก่อน
สู้จนตัวตายไม่ได้หมายความว่าจะยอมสละชีวิตอย่างคนบ้าบิ่น!
หลัวปู้ตันเจิงนำทัพใหญ่กว่าสิบหมื่นเผชิญหน้ากับจ้าวจี๋ได้ ย่อมต้องมีความสามารถอยู่บ้าง
แต่เขาก็ไม่รู้ว่าควรขอบคุณหลัวปู้ตันเจิงหรือไม่
อีกฝ่ายช่างเห็นค่าเขาเสียจริง
เขามีกำลังพลติดตามมาเพียงเท่านี้ เพิ่งออกจากก้งปู้ หลัวปู้ตานเจิงก็คิดบีบให้เขาหวนกลับไปช่วยแล้ว
ระหว่างขบคิด อวิ๋นเจิงก็ถามขึ้นอีกว่า “ทหารม้ากลุ่มนั้นทางตะวันออกเฉียงเหนือของก้งปู้มีความเคลื่อนไหวหรือไม่?”
“ยังไม่มีพ่ะย่ะค่ะ”
หน่วยสอดแนมตอบ
“ไปสืบมาอีก!”
อวิ๋นเจิงสั่ง “หากทหารม้ากลุ่มนั้นเคลื่อนไหว จงมารายงานทันที!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
หน่วยสอดแนมรับคำแล้วจากไปทันที
ฉินชีหู่หันกลับไปมองกองทัพด้านหลัง ก่อนถามอย่างหยั่งเชิงว่า “ท่านอ๋อง พวกเราลองกำจัดทหารศัตรูกลุ่มนี้ให้สิ้นซากดีหรือไม่?”
เพิ่งเอ่ยจบ ฉินชีหู่ก็สัมผัสได้ถึงสายตาไม่เป็นมิตรอย่างยิ่งที่พุ่งเข้ามา
เขาหันขวับไปสบกับสายตาคมกริบราวคมมีดของเมี่ยวอิน
ฉินชีหู่หัวเราะแห้ง ๆ พลางหลบสายตาของเมี่ยวอิน
