เมื่อเมืองจวิ้นกลับคืนมาอยู่ในมืออีกครั้ง ข่าวคราวทางแคว้นหลีก็ส่งมาถึงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
หลายวันต่อมา อวิ๋นเจิงได้รับข่าวจากราชวงศ์หลีอีกครั้ง
ทว่าคราวนี้มิใช่ข่าวชัยชนะ
แต่เป็นข่าวว่าเจียเหยาออกเดินทางไปอีกหน
เมี่ยวอินทอดสายตาอ่านเนื้อความในจดหมาย พลางถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนกล่าวปลอบอวิ๋นเจิงว่า “นางอาจยังไม่...”
“ไม่เป็นไร”
อวิ๋นเจิงส่ายหน้าแล้วยิ้ม “นางคงมีธุระต้องจัดการจริง ๆ”
“หา?”
เมี่ยวอินประหลาดใจเล็กน้อย
“เจ้ายังไม่รู้จักนิสัยของเจียเหยาอีกหรือ?”
อวิ๋นเจิงยิ้ม “หากนางยังคิดไม่ตก นางก็บอกปู้ตูตรง ๆ ได้ ไม่จำเป็นต้องอ้อมค้อมโกหกเลย ในเมื่อนางบอกว่ามีธุระ ก็คงมีธุระจริง ๆ”
เมี่ยวอินก้มหน้าครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเห็นด้วยว่าสิ่งที่อวิ๋นเจิงกล่าวมีเหตุผล
“แต่จะมีธุระอันใดได้?”
เมี่ยวอินยังคงไม่เข้าใจ
นางนึกไม่ออกเลยว่าเจียเหยาจะมีธุระสำคัญอันใดในป่าลึกห่างไกลผู้คน
“เรื่องนี้คงมีแต่นางที่รู้”
อวิ๋นเจิงยักไหล่ “อาจเป็นเรื่องของนางเอง หรือไม่ก็เรื่องของลูกกระมัง!”
อวิ๋นเจิงรู้สึกผิดหวังอยู่บ้างที่เจียเหยาจากไปครานี้ ทว่าก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เมื่อรู้ว่าเจียเหยาไม่ได้พาลูกมาด้วย เขาก็เตรียมใจไว้แล้ว
เขารู้ดีว่า หากเจียเหยาตั้งใจจะมาหาเขาทันทีหลังจบศึก นางย่อมพาลูกมาด้วยแน่นอน
เจียเหยาคงมีแผนการของนางอยู่แล้ว
ในเมื่อนางบอกว่าจัดการธุระเสร็จแล้วจะมาหาเขา เช่นนั้นก็คงต้องรอให้นางจัดการธุระเสร็จก่อน
อวิ๋นเจิงไม่ได้ครุ่นคิดเรื่องนี้ให้มากความ
ไม่ว่าอย่างไร เจียเหยากับลูกปลอดภัยดี ก็เป็นเรื่องน่ายินดี
