แท้จริงแล้ว การขาดแคลนเงินทองเป็นเพียงเหตุผลรอง
ชาวบ้านในซั่วเป่ยมีสมาชิกในครอบครัวเป็นทหารอยู่ไม่น้อย
บางคนยังประจำการอยู่ในกองทัพ ส่วนบางคนก็พลีชีพไปแล้ว
อวิ๋นเจิงไม่เคยหักเบี้ยหวัดหรือเงินปลอบขวัญของเหล่าทหาร ดังนั้นครอบครัวชาวบ้านที่มีคนเป็นทหารจึงยังพอมีเงินติดมืออยู่บ้าง
แต่ซั่วเป่ยไม่ใช่แหล่งปลูกฝ้าย ฝ้ายและผ้าส่วนใหญ่ในซั่วเป่ยล้วนมาจากด่านใน
แม้ขนสัตว์จะช่วยกันหนาวได้ แต่ก็มีปริมาณจำกัด
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เป็นขนสัตว์ก็ยังต้องจัดสรรให้กองทัพก่อน
ผลที่ตามมาคือ แม้ชาวบ้านจะมีเงินอยู่ในมือ ก็ยังซื้อสิ่งของกันหนาวได้ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะชาวบ้านที่อพยพมาจากด่านใน
เรื่องเดียวที่น่ายินดีคือ ปีนี้ซั่วเป่ยผลิตถ่านรังผึ้งได้แล้ว
บัดนี้การผลิตถ่านรังผึ้งยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งส่งเข้าไปในทุกเมืองแล้ว ชาวบ้านไม่น้อยเริ่มยอมรับการใช้ถ่านรังผึ้ง ในฤดูหนาวก็ยังจุดไฟให้ความอบอุ่นได้
แต่ใช่ว่าทุกคนจะมีกำลังซื้อถ่านรังผึ้ง และยิ่งไม่มีทางจุดไฟใช้ได้ตลอดเวลา
สำหรับชาวบ้านที่ขัดสนเงินทอง พวกเขายอมทนหนาวขึ้นเขาไปตัดฟืน หรือออกไปเก็บหญ้าแห้งนอกเมือง มากกว่าจะเผาถ่านรังผึ้งที่ต้องใช้เงินซื้อ
อวิ๋นเจิงนิ่งคิดเล็กน้อย ก่อนถามว่า “ยามนี้ยังซื้อผ้าฝ้ายจากด่านในอยู่หรือไม่?”
“ซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมากมาโดยตลอด”
เย่จื่อกล่าวว่า “สิ่งของที่ถูกส่งเข้าซั่วเป่ยมากที่สุดในยามนี้คือฝ้ายและผ้า หลังได้รับข่าวว่าพวกท่านยกทัพกลับมา ข้าก็ให้เฉินปู้ลดการจัดซื้อสิ่งของเหล่านี้ลง เพื่อให้ชาวบ้านมีโอกาสซื้อได้มากขึ้น...”
