เหล็กกล้าลายขนนกนั้นทำได้ยากยิ่ง
กระทั่งเที่ยงวันที่สาม ช่างฝีมือนับพันผ่านความล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดก็หลอมดาบล้ำค่าที่ฉินลิ่วก่านเจ้าคนแก่จอมวายร้ายต้องการสำเร็จ
อีกทั้งลายขนนกที่หลอมออกมา สำหรับอวิ๋นเจิงแล้วยังไม่นับว่าผ่านเกณฑ์
ทว่าอวิ๋นเจิงก็ไม่กล้าโอ้อวดอีกแล้ว
หากยังโอ้อวดต่อ เจ้าคนแก่นี่เกิดสั่งให้พวกเขาหลอมดาบล้ำค่าอีกเล่มขึ้นมา คงได้เอาชีวิตคนทั้งเป็นแน่
ดาบทั้งเล่มหลอมขึ้นจากเหล็กกล้าลายทั้งหมด ทั้งยังหลอมเป็นชิ้นเดียวกัน
อวิ๋นเจิงคิดว่า นี่แทบจะเป็นตัวแทนของระดับการหลอมโลหะสูงสุดในราชวงศ์ต้าเฉียน ณ เวลานี้แล้ว
โชคดีที่เป็นโรงหลอมของกองช่างหลวง
หากเป็นร้านตีเหล็กของเขา เกรงว่าต่อให้ใช้เวลาหนึ่งหรือสองเดือนก็อาจหลอมไม่สำเร็จ
เมื่อดาบล้ำค่าถือกำเนิด ฉินลิ่วก่านก็ร้องตะโกนอย่างตื่นเต้น
“ฮ่า ๆ ๆ ดาบล้ำค่าก็ต้องคู่กับวีรบุรุษ!”
ฉินลิ่วก่านแหงนหน้าหัวเราะเสียงดัง “เจ้าหนู ดูให้ดี ข้าจะถ่ายทอดวิชาดาบวายุสะบัดสามสิบหกกระบวนท่าให้เจ้าเดี๋ยวนี้ อย่าหาว่าข้าผิดคำพูดเชียว!”
กล่าวจบ ฉินลิ่วก่านก็ร่ายรำดาบใหญ่ขึ้นกลางโรงหลอมทันที
อวิ๋นเจิงไม่รู้ว่านี่เป็นวิชาดาบวายุสะบัด หรือวิชาดาบบ้าคลั่งกันแน่ อย่างไรก็ดี เจ้าคนแก่จอมวายร้ายผู้นี้มีฝีมืออยู่จริง ดาบกวนกงหนักเกือบห้าสิบชั่งกลับถูกเขาร่ายรำจนแทบไม่มีช่องว่าง
ว่าไปแล้ว เจ้าคนแก่จอมวายร้ายนี่น่าจะอายุห้าสิบกว่าแล้วกระมัง?
อายุปูนนี้ยังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ เจ้าคนแก่จอมวายร้ายผู้นี้นับเป็นขุนพลห้าวหาญผู้หนึ่งได้จริง ๆ
หลังร่ายรำวิชาดาบบ้าคลั่งจบหนึ่งรอบ ฉินลิ่วก่านก็เบิกตาโตถามอวิ๋นเจิง “จำได้กี่กระบวนท่า?”
