รุ่งเช้าวันถัดมา อาสือน่าที่ยังเมาค้างอยู่รู้สึกปวดศีรษะเล็กน้อย
แต่เพื่อสร้างความชอบ อาสือน่าฝืนความปวดศีรษะออกเดินทางแต่เช้าตรู่
หลังจากอาสือน่าและพวกออกเดินทางไปได้พักหนึ่ง อวิ๋นเจิงและคณะก็ออกเดินทางตาม
อวิ๋นเจิงยังคงให้หน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณนำทาง ส่วนพวกเขาเพียงติดตามอาสือน่าและคนอื่น ๆ ไปก็พอ
เช่นนี้ ต่อให้กองทัพศัตรูซุ่มโจมตีอยู่เบื้องหน้า คนที่พวกมันพบก่อนก็ย่อมเป็นอาสือน่ากับพวก
ยามบ่าย โยวอู่ที่อยู่ข้างหน้าก็กลับมารายงานอย่างเร่งร้อน
“องค์ชาย เบื้องหน้ามีทหารซุ่มโจมตีพ่ะย่ะค่ะ!”
โยวอู่มองอวิ๋นเจิงด้วยความเลื่อมใส
คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นเจิงจะคาดเดาถูกจริง ๆ
กองทัพศัตรูซุ่มโจมตีอยู่จริง
“โอ้?”
ดวงตาอวิ๋นเจิงเป็นประกาย ก่อนซักถามสถานการณ์โดยละเอียด
โยวอู่รายงานทุกอย่างตามความจริง
พวกเขาหลายคนลอบติดตามคณะของอาสือน่ามาโดยตลอด
เมื่ออาสือน่ากับพวกไปถึงบริเวณที่ห่างจากด่านเทียนฉยงกว่าสิบลี้ ก็ถูกกองทัพศัตรูที่ซ่อนอยู่ในเงามืดโอบล้อม
เมื่อมองผ่านกล้องส่องทางไกล ก็ยืนยันได้ว่าคนเหล่านั้นเป็นทหารของฉิวฉือ
พวกเขาไม่รู้ว่ากองทัพศัตรูพูดคุยอะไรกับคณะของอาสือน่าบ้าง แต่ทหารที่ซุ่มอยู่มิได้สร้างความลำบากให้อาสือน่ากับพวกมากนัก เพียงส่งคนไม่กี่คนพาอาสือน่าและคณะมุ่งหน้าไปยังด่านเทียนฉยง ส่วนคนที่เหลือก็ซ่อนตัวต่อไป
“ไป ไปดูกัน!”
อวิ๋นเจิงลอบยินดีอยู่ในใจ ก่อนสั่งให้โยวอู่นำทางทันที
หลังลอบเดินหน้าไปเจ็ดแปดลี้ อวิ๋นเจิงก็ชี้ไปยังพื้นที่สูงเบื้องหน้าแล้วถามว่า “กองทัพศัตรูซุ่มอยู่ตรงนั้นใช่หรือไม่?”
