เตียวเลี้ยวนำกองทัพเร่งเคลื่อนพลเข้าใกล้ เบื้องหน้าคือแนวรบของซุนผู
ทั้งสองฝ่ายต่างเป็นคู่ปรับเก่ากัน รู้ซึ้งถึงกำลังรบของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี
ครานี้เนื่องจากมีเวลาอย่างเหลือเฟือ ซุนผูจึงไม่เพียงแค่ตั้งขบวนทัพได้มั่นคง หากแต่ยังได้จัดวางรถเสนียงไว้โดยรอบ รูปขบวนจึงแข็งแกร่งยิ่งกว่าครั้งแรกที่ประมือกับเตียวเลี้ยว
เตียวเลี้ยวหยั่งดูชั่วครู่หนึ่ง เอ่ยต่อคนสนิทว่า “กองกำลังของซุนเมิ่งถูมีจำนวนไม่ถึงห้าร้อยนาย ต่อให้รูปขบวนจะแน่นหนาแข็งแกร่งเพียงใด จะมีประโยชน์อันใด” แล้วบัญชาว่า “ทิ้งทหารม้าห้าสิบนาย ทหารราบสองร้อยนาย คอยจับตาดูขบวนของซุนเมิ่งถูไว้ ที่เหลือตามข้าเลี่ยงขบวนทัพมุ่งตรงไปยังริมลำน้ำ” หาได้คิดจะสู้รบยืดเยื้อกับซุนผู หรือแม้แต่จะตีหักขบวนให้แตกพ่ายไม่ ทว่าเขาเลือกที่จะอ้อมผ่านไป ฉกฉวยจังหวะงามที่สวี่จ้งกำลังยกพลข้ามน้ำกลางลำน้ำเข้าโจมตีกองกำลังหลักของศัตรู
นายทหารในกองของเตียวเลี้ยวรับคำสั่ง ทิ้งทหารม้าห้าสิบนายและทหารราบสองร้อยนายจัดเป็นแนวรบเชิงรุก ตรึงอยู่ทางปีกข้างขบวนรบของซุนผู หากซุนผูกล้าถอนกำลังออกจากขบวนเพื่อไล่ตามตีเตี้ยวเลี้ยวเมื่อใด กองทหารเหล่านี้ก็จะเปิดฉากโจมตีทันที
ซุนผูเห็นการตอบสนองของเตียวเลี้ยวจากในขบวนรบ ก็เอ่ยแก่เสมียนนายกองด้วยรอยยิ้มว่า “เตียวบุ๋นเอวี๋ยนต้องกลศึกของท่านแม่ทัพสวี่เข้าแล้ว!” แล้วประกาศคำสั่งแก่กองกำลังของตนให้ตั้งขบวนมั่นไว้ อย่าเคลื่อนไหว
เตียวเลี้ยวนำกำลังพลที่เหลือเคลื่อนพลอ้อมปีกตะวันออกของขบวนรบซุนผู เร่งรุดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วปานลม ในชั่ววินาทีที่เคลื่อนประชิดผ่านขบวนรบของซุนผู เขาหันไปสังเกตความเคลื่อนไหวอยู่ครู่หนึ่ง พลันพบว่าขบวนรบของซุนผูยังคงตั้งมั่นอยู่ ไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนขบวนเพื่อขัดขวางกองกำลังของเขาแม้แต่น้อย
หัวใจของเตียวเลี้ยวพลันกระตุกวาบ รู้สึกว่ามีสิ่งใดบางอย่างไม่ชอบมาพากล
