ฝ่ายตันก๋งมาถึงกระโจมของลิโป้ กล่าวถามลิโป้ว่า “กองกำลังของซุนเซ็กยังมาไม่ถึง เหตุใดท่านจึงถอยทัพเล่า”
เวลานั้นลิโป้กำลังกำกับบริวารให้เก็บเอกสาร เสื้อผ้า และสิ่งของต่างๆ ในกระโจมแยกประเภทลงในหีบหวาย มิได้ตอบตันก๋งก่อน แต่หันไปสั่งบริวารว่า “เบามือหน่อย อย่าให้ม้วนสารพวกนั้นยับย่น! ...โอ๊ยๆ เจ้าจงช้าลง อาภรณ์ตัวนั้นปักดิ้นทอง เจ้าอย่ามาทำดิ้นทองของข้าให้ขาดเสีย!”
“ท่าน... ?”
ลิโป้จึงหันไปทางตันก๋ง กล่าวว่า “หา? ท่านตันมาแต่เมื่อใด”
“...ข้าน้อยเพิ่งมาถึง เมื่อครู่ข้าน้อยเรียนถามท่านไป ท่านไม่ได้ยินหรือ”
ลิโป้ถามว่า “เมื่อครู่ท่านถามอะไรกับข้า”
“เมื่อครู่นี้ข้าน้อยถามท่านไปว่า กองหนุนของซุนเซ็กยังไม่ทันถึงฝั่งเหนือของแม่น้ำยูสุ่ย เหตุใดท่านจึงถอนทัพ”
ลิโป้ตบหน้าผาก กล่าวว่า “อ้อ ท่านตันถามเรื่องนี้เอง ข้ากำลังง่วนอยู่ เมื่อครู่จึงมิได้สังเกตว่าท่านตันมาถึง ทั้งมิได้ยินคำถามนี้ของท่าน ท่านตัน ไอ้เด็กซุนเซ็กนั้น แม้กองหนุนของมันยังไม่ถึงฝั่งเหนือของแม่น้ำยูสุ่ย แต่ก็พ้นอำเภอเซียงเซียมาแล้ว จากอำเภอเซียงเซียไปทางตะวันตกเฉียงใต้เพียงอีกสี่ห้าสิบลี้ก็ถึงอำเภอเกียบ วันนี้กองหนุนของซุนเซ็กยังมาไม่ถึง พรุ่งนี้ มะรืน หรืออย่างช้าที่สุดคือมะรืน กองหนุนของมันย่อมจะมาถึงเป็นแน่ ฉะนั้นข้าจึงตัดสินใจถอยทัพในวันนี้”
“ท่านขอรับ ต่อให้กองหนุนของซุนเซ็กมาถึง กองกำลังที่ท่านพามายังเมืองเองฉวนก็มีถึงหมื่นนาย มิใช่ว่าจะสู้ด้วยมิได้ และดังที่ท่านกล่าว ทางด้านซงเกาซานยังมีกองของเหลยปู้และตันหลานคอยประสานให้ท่าน ข้าน้อยไม่เข้าใจจริงๆ เหตุไฉนท่านจึงไม่รบแล้วล่าถอยไป” ตันก๋งใช้กลยุทธ์ยั่วโทสะ กล่าวว่า “หรือว่าท่านจะหวั่นเกรงซุนเซ็ก”
ลิโป้หัวเราะแล้วว่า “ไอ้เด็กซุนเซ็กรึ แม้แต่ซุนเกี๊ยนผู้เป็นพ่อมันยังถูกข้าสังหาร แล้วข้าจะต้องกลัวมันด้วยหรือ”
“เช่นนั้นเหตุใดท่านจึงถอนทัพ”
