อ้องลองตอบว่า “ตั้งแต่ต้นเดือนจนบัดนี้ มีผู้อพยพมาลงทะเบียนตั้งรกรากเกือบสองร้อยคน น้อยลงกว่าเดือนก่อนเล็กน้อย”
ซุนเจินถามว่า “ผู้อพยพส่วนใหญ่มาจากที่ใดบ้าง”
“มีมาจากยีหลำ แล้วก็มีจากง่อ ตานหยาง เมืองกิ่วเกียง ฟูหลิงด้วย”
มณฑลทั้งสี่ที่แวดล้อมชีจิ๋วคือเหยี่ยน อิจิ๋ว หยาง และชิงนั้น เหยี่ยนกับชิงเต็มไปด้วยโจรโพกผ้าเหลืองระบาดหนัก ส่วนในเขตมณฑลอิจิ๋วแม้โพกผ้าเหลืองจะมีน้อย ทว่าขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่ก็ปักหลักอยู่ทุกหนแห่ง โดยเฉพาะที่ยี่หลำ อาณาเขตกว้างขวาง บรรดาบัณฑิตและตระกูลใหญ่ในเขตปกครองยังแยกกันผูกสัมพันธ์กับสองอ้วน อิทธิพลของท้องถิ่นตามอำเภอต่าง ๆ จึงมากที่สุด บางอำเภอถึงขั้นตั้งตนเป็นอิสระดุจตัดขาดจากส่วนกลาง มณฑลหยางปราศจากโพกผ้าเหลือง แต่โจรผู้ร้ายกับผู้นำตระกูลทรงอำนาจนั้นมีมาก ที่กิ่วเกียงและฟู่หลิงก็มีเจิ้งเป่าและพวก ที่ตานหยางเวลานี้มีจู่หลาง เจียวอวี่และพวก ที่แคว้นง่อมีเหยียนไป๋หู่ โจวทาและพวก ต่างรวบรวมสมัครพรรคพวกป่าวร้องไปทั่วป่าเขาและทะเลสาบ หรือไม่ก็เกณฑ์บุตรหลานในตระกูลเข้าเป็นกองกำลังยึดครองอำเภอและหมู่บ้าน เกิดเหตุปล้นสะดมอำเภออื่น รุกรานโจมตีกันเองอยู่เนือง ๆ ราษฎรไม่อาจอยู่เป็นสุขได้ เพราะเหตุนี้ทั้งสี่มณฑลจึงมีราษฎรพากันอพยพหลบหนี เมืองกังเหลงมีพรมแดนติดต่อกับยี่หลำ แคว้นง่อ ตานหยาง กิ่วเกียง และฟู่หลิง อ้องลองประจำอยู่ที่กังเหลงจึงคิดอุบายใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อกวาดต้อนชาวอพยพเข้ามาอย่างขนานใหญ่ ทำให้เขตปกครองเหล่านี้มีราษฎรไหลบ่าเข้าสู่กังเหลงไม่น้อย ครั้นบัดนี้ซุนเฉินไปเป็นเจ้าเมืองกิ่วเกียง อ้องลองจึงไม่อาจล่อต้อนชาวอพยพจากแถบกิ่วเกียงและฟู่หลิงได้สะดวกนัก ส่งผลให้ชาวอพยพที่มาจากแคว้นง่อและตานหยางก็พลอยลดลงไปด้วย เหตุนี้จำนวนชาวอพยพที่ขึ้นทะเบียนตั้งรกรากในเดือนนี้จึงไม่มากเท่าเดือนก่อน
ซุนเจินผงกศีรษะ กล่าวว่า “อิจิ๋วกับหยางนั้นขนบธรรมเนียมต่างกัน ชาวอพยพจากสองที่นี้ ท่านควรจัดสรรให้อยู่แยกกัน มิให้ปะปนอาศัยรวมหมู่เดียวกัน”
