อ้วนเสี้ยวผงะ ร้องว่า “ก๋งจิก เจ้านี่...?”
กุยโต๋กร้าวว่า “ตามความเห็นต่ำต้อยของข้า สมควรประหารเสีย!”
อ้วนเสี้ยวลังเล ลูบเครา เงียบไปครู่หนึ่งจึงว่า “เก๊กหงีแม้จะพ่ายแก่กองซุนจ้าน แต่โทษยังไม่ถึงตาย”
กุยโต๋นัยน์ตาเป็นประกาย ว่า “ท่าน หากคิดเพียงโทษที่เขาพ่ายศึก ก็ยังไม่ถึงตาย แต่ว่าความผิดที่เขาก่อไว้แต่หนหลัง ก็สมควรลงโทษ! เมื่อรวมความผิดทั้งหลายแต่ก่อน แม้ตายเก้าครั้งก็ยังไม่พอ!”
อ้วนเสี้ยวถาม “ความผิดแต่หนหลัง? ก๋งจิก เจ้าหมายความว่า?”
กุยโต๋ชักมือกลับ ยังคงกำชายแขนเสื้อ ชูหนึ่งนิ้วแล้วว่า “ถือดีในความชอบ หยิ่งผยองจองหอง ละเมิดกฎหมายบ้านเมือง ฆ่าเพื่อนร่วมงานโดยพลการ ข่มเหงราษฎร สร้างความแค้นเคืองทั่วหล้า ท่าน ข้อหาใดก็เพียงพอสังหารเขา!” ว่าแล้วชูอีกนิ้ว กล่าวต่อ “ยิ่งกว่านั้น เก๊กหงีอัปรีย์นี้ ยังลอบสมคบกับเตียวเฟยเยี่ยน มีใจคดมิอาจหยั่ง นี่ยิ่งควรประหาร” ลดมือลง แล้วว่า “ส่วนโทษอื่นที่สมควรตายยังมีอีกเล่า มากมายดาษดื่น ไม่ต้องเอ่ยให้มากความ สองข้อนี้ก็เพียงพอให้ท่านสังหารเขา และจำต้องสังหาร! ตามความเห็นต่ำต้อยของข้า สมควรฉวยที่เขาพ่ายกองซุนจ้านครานี้ ประหารเขาเสีย”
คำพูดของกุยโต๋ครานี้มิใช่คำใส่ร้ายป้ายสี ความผิดใหญ่หลวงที่เขายกขึ้นมาล้วนเป็นจริง
เก๊กหงีถือดีในความชอบจากศึกสะพานเจี้ยเฉียว ยโสหยิ่งตน ที่สุดมักประจำแนวหน้ากิจิ๋วตอนเหนือต้านกองซุนจ้าน อยู่ไกลปืนเที่ยง จึงข่มเหงราษฎรและผู้ดี หลายปีมานี้ไม่เคยละเว้นทำผิดกฎหมาย อย่างเรียกเอาเงินเสบียงจากตระกูลใหญ่ในท้องที่ ก็เป็นเพียงเรื่องปกติ เช่นที่กุยโต๋กล่าว เขายังผูกขาดอำนาจ ไม่ขออนุญาตอ้วนเสี้ยว แต่กลับกล้าสั่งฆ่านายกองเอกในกองทัพตน จะรู้ฤา นายกองเอกศักดิ์นาเทียบชั้นสองพันหิน จัดเป็นนายทหารชั้นกลางถึงสูง การไม่ได้รับอนุญาตจากนายเหนือหัวแล้วกล้าฆ่าโดยพลการ นับว่าเกินเลยยิ่งนัก
ส่วนที่ลอบสมคบกับเตียวเฟยเยี่ยนก็เป็นจริง ดังที่ได้กล่าวไว้แต่ก่อน
