เมืองกิ่วเกียงแม้จะมีข้อเสียสามประการ แต่ก็ยังเป็นเขตแคว้นของยังจิ๋ว ทั้งยังอยู่ในขอบข่ายที่ซุนเจินเคยกำชับซุนเฉินไว้ว่า "ดีที่สุดคือให้ได้มาซึ่งเขตแคว้นของเอี๋ยนจิ๋ว ชิงจิ๋ว และยังจิ๋ว" อีกทั้งยังประชิดกับเมืองกังเหลง สะดวกต่อการใช้กำลัง ไม่ใช่ว่าไร้ประโยชน์ ดังนั้นเมื่อได้มาแล้ว จึงไม่อาจกล่าวได้ว่าจะทิ้ง
อาศัยประเด็นที่ซุนฮิวและซีจื้อไฉเสนอแนะให้ซุนเฉินรออีกสักระยะค่อยเข้ารับตำแหน่ง ซุนเจินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงกล่าวกับซุนเฉินว่า "สิ่งที่ก๋งตัดและจื้อไฉกล่าวมานั้นถูกต้องนัก ภายในเมืองกิ่วเกียงมีโจรผู้ร้าย เฉินหยวนตี้ก็รุกล้ำอำนาจของเขตแคว้น ทั้งยังมีกองกำลังทหารของแคว้นประจำการอยู่ในแคว้น หากพี่ใหญ่เดินทางไปรับตำแหน่ง จะไร้ทหารคุ้มกันติดตามย่อมไม่ได้" จากนั้นจึงถามซุนฮิวและซีจื้อไฉว่า "ข้าตั้งใจจะเกณฑ์กำลังของเล่าเติ้งและบุนเพ่งติดตามพี่ข้าไปยังเมืองกิ่วเกียง พวกท่านเห็นเป็นอย่างไรบ้าง"
"ผู้ดำรงตำแหน่งก้วนจวินนั้นหาญกล้า หมื่นคนก็ต้านมิได้ ผู้ดำรงตำแหน่งเจ๋อชงเป็นชาวน่ำเอี๋ยง เมืองน่ำเอี๋ยงมิได้ห่างไกลจากเมืองกิ่วเกียงนัก ทั้งสองล้วนเป็นคนจากเขตแดนใต้ ย่อมรู้ขนบธรรมเนียม หากให้ทั้งสองตามเข้าไปเมืองกิ่วเกียง การปราบโจรก็จะง่ายดาย และเพียงพอจะต่อสู้ช่วงชิงกับเฉินหยวนตี้ได้"
เล่าเติ้งปัจจุบันดำรงตำแหน่งก้วนจวินเซี่ยวเว่ย บุนเพ่งเป็นเจ๋อชงเซี่ยวเว่ย
ซุนเจินถามซุนเฉินว่า "พี่ใหญ่เห็นว่าอย่างไร"
ซุนเฉินตอบว่า "ต่งจื๋อได้ติดตามข้าและรองข้าหลวงเจ้าไปกลับหลายพันลี้ ความกล้าหาญชาญไชยของเขาย่อมเป็นที่น่าชมเชย ข้าจึงขออนุญาตให้เขาติดตามข้าไปยังแคว้นด้วย"
ต่งจื๋อได้อารักขาซุนเฉินมาสองเดือน ซุนเฉินพอใจในตัวเขายิ่งนัก จึงร้องขอให้ซุนเจินมอบหมายตัวเขาให้แก่ตนด้วย
ซุนเจินหัวเราะแล้วกล่าวว่า "จะมีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้เล่า" เมื่อนึกถึงต่งจื๋อก็พลันนึกถึงเว่ยเวิงขึ้นมา ครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วจึงกล่าวว่า "เว่ยเวิงนั้นมีไหวพริบและพละกำลัง สามารถให้ติดตามพี่ใหญ่ไปยังแคว้นได้เช่นกัน"
