ลกเอี๋ยงเป็นนครโบราณ ตั้งแต่ยุคซีโจวก็เป็นหัวเมืองสำคัญแล้ว หลังจากนั้นผ่านยุคตงโจว ยุคจ้านกั๋ว ราชวงศ์ฉิน ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก กระทั่งถึงราชวงศ์ปัจจุบัน แต่ละยุคสมัยล้วนมีการบูรณะซ่อมแซมและขยายอาณาเขต เนื่องจากตั้งอยู่ทางทิศเหนือของแม่น้ำลก ทิศเหนือของสายน้ำเรียกว่าเอี๋ยง ด้วยเหตุนี้ภายหลังจึงได้นามว่า “ลกเอี๋ยง”
ราชวงศ์ฮั่นมีคุณแห่งธาตุไฟ ครั้นเมื่อราชวงศ์นี้สถาปนานครหลวงที่ลกเอี๋ยงแล้ว ยังได้เปลี่ยนตัวอักษรที่ใช้เขียนคำว่า ‘ลก’ ไปเป็นอักษรที่สื่อถึงธาตุไฟ จึงเรียกขานกันว่า ‘หลกเอี๋ยง’
ลกเอี๋ยงตั้งอยู่ ณ ใจกลางแผ่นดิน เป็นศูนย์กลางแห่งจิ่วโจว ตั้งแต่ยุคสามราชวงศ์แรก ก็เป็นศูนย์กลางเส้นทางคมนาคมของภูมิภาคจงหยวน หลังจากนั้นผ่านการก่อสร้างในทุกยุคทุกสมัย ปัจจุบันเส้นทางสัญจรยิ่งเชื่อมโยงทุกทิศานุทิศ
หากกล่าวในภาพกว้าง ลกเอี๋ยงมีเส้นทางใหญ่เชื่อมต่อกับหัวเมืองทุกแห่ง จากลกเอี๋ยงไปทางตะวันตก ผ่านเตียงอัน สามารถไปถึงซีอวี้ ไปทางใต้ตรงไปยังน่ำเอี๋ยง ไปทางตะวันออกไกลจรดเขาไท้ซาน หากกล่าวในภาพย่อย ประตูนครทั้งสิบสองแห่งของลกเอี๋ยงกับป้อมด่านโดยรอบแปดแห่งล้วนมีทางหลวงราบเรียบเชื่อมถึงกัน... ครั้งนี้ซุนเจินมาลกเอี๋ยง ก็ใช้เส้นทางหลวงระหว่างด่านหวนหยวนกวานกับประตูตะวันออกของนครลกเอี๋ยงนี่เอง ตลอดเส้นทางมิเพียงราบรื่นยิ่งนัก ทว่ายังมีต้นหวยและต้นหยางเรียงรายดั่งป่า
ยิ่งเข้าใกล้ลกเอี๋ยงมากเท่าใด ราษฎรที่หลบหนีออกจากลกเอี๋ยงซึ่งพบปะระหว่างทางก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อเห็นกองทหารของซุนเจินเร่งรุดหน้ามา ราษฎรตลอดสองข้างทางล้วนแตกตื่นหลบเลี่ยง
แม้ราษฎรจะหลบทางให้ แต่เมื่อผู้คนบนถนนมากขึ้น ก็ยากจะไม่ทำให้ความเร็วในการเดินทัพต้องล่าช้าลง
กว่าซุนเจินและพวกจะเดินทางถึงนอกสะพานชีหลี่ ทางตะวันออกของนครลกเอี๋ยง ก็ย่างเข้าช่วงบ่าย จวนใกล้ยามพลบค่ำแล้ว
ดังคำว่า “มหานครใหญ่ไร้ปราการ” ลกเอี๋ยงเหมือนกับนครหลวงในยุคฮั่นตะวันตกและยุคฉินก่อนหน้านี้ ล้วนมีเพียงตัวนครชั้นใน แต่ไม่มีกำแพงเมืองชั้นนอก
“กัว” นั้นหมายถึงกำแพงเมืองชั้นนอก กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ลกเอี๋ยงไม่มีเมืองชั้นนอก มีเพียงเมืองชั้นในแต่เพียงลำพัง
