สิมโพ่ยกล่าวว่า “นายท่าน คุมตัวภรรยาและบุตรของเขาไว้เป็นตัวประกันก็เพียงพอ”
ที่ว่าเป็นตัวประกัน ก็คือตัวประกันนั่นเอง ความหมายของสิมโพ่ยก็คือ ให้นำภรรยาและบุตรของโจโฉไปกักไว้เป็นตัวประกันในอำเภอเย่ แล้วค่อยปล่อยให้เขาไปรับตำแหน่งที่ไท่หยวน เช่นนี้ก็พอแล้ว หรือว่าโจโฉจะหักใจทิ้งภรรยาและบุตร หันไปทรยศอ้วนเสี้ยวได้กระนั้นหรือ?
การกักตัวภรรยาและบุตรของนายทหารใต้บังคับบัญชาไว้เป็นตัวประกัน เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปในหมู่ขุนศึกแบ่งดินแดนทั้งหลายในยามนี้
ก่อนหน้านี้ เมื่อครั้งที่อ้วนเสี้ยวทำศึกใหญ่กับกองซุนจ้านเป็นครั้งแรก อำเภอเย่เคยถูกทัพภูเขาดำโจมตี และเวลานั้นภรรยาบุตรของบรรดานายทหารใต้บังคับของอ้วนเสี้ยวล้วนอยู่ในอำเภอเย่ ทำให้เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาต่างแตกตื่นตกใจ
ดังนั้นในยามนี้ หากดำเนินตามธรรมเนียมดังกล่าว กักภรรยาบุตรของโจโฉไว้ที่เย่ ก็จะช่วยคลายความกังวลให้อ้วนเสี้ยวได้มอบความไว้วางใจให้โจโฉออกไปรับตำแหน่ง ทั้งยังเป็นเรื่องปกติวิสัยจะได้ไม่เสียไมตรีต่อกันกับโจโฉ
แผนการนี้ของสิมโพ่ยหาใช่แผนอันชาญฉลาดนัก แต่ก็นับเป็นวิธีการหนึ่งที่พอจะใช้ได้
อ้วนเสี้ยวลอบคิดว่า ‘ข้านำทัพไปปราบเตียวเอี๋ยนด้วยตนเอง กลับยังไม่อาจกำราบได้ โจรเตียวเอี๋ยนผู้นี้ เป็นเพียงพวกโง่เขลา ทว่ามันอาศัยชัยภูมิในหุบเขาไท่หาง ถึงแม้ข้าจะยกทัพใหญ่ออกไปปราบอีก ต่อให้ชนะก็แค่ได้ดินแดนกันดารไปเปล่าๆ หาประโยชน์แก่ข้าไม่ หากพ่ายก็เหมือนดั่งหนามทิ่มหลัง ทำให้ข้าไม่อาจทุ่มกำลังทั้งหมดไปยึดอิวจิ๋ว เมิ่งเต๋อช่ำชองเรื่องการใช้ทหาร แม้ตอนนี้เขาจะเสียตังกุ๋นไปแล้วก็ตาม หากใช้สอยให้ดีก็ยังอาจช่วยข้าต้านทานเตียวเอี๋ยน และขับไล่พวกโจรโพกเหลืองคลื่นขาวไปได้ เพียงแต่ในเมืองข่าวลือซ่านกระหน่ำจนไม่อาจไม่ถือสา แผนของเจิ้งหนานช่างเหมาะนัก ช่วยคลายความกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของข้าได้’
