ซุนเจินซักถามถึงรายละเอียด
เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อสองวันก่อน ขณะเล่าต้ายตรวจค่ายทหารยามวิกาล ก็ถูกทหารหลายนายลุกขึ้นลอบสังหาร ผู้ลอบสังหารถูกจับกุมได้ทันที หลังผ่านการทรมานอย่างหนัก พวกเขารับสารภาพว่าเป็นสาวกแห่งวิถีไท่ผิง จากนั้นพลีชีพอย่างสง่าผ่าเผย ก่อนขาดใจยังคงตะโกนก้องว่า "ฟ้าเหลืองจงปรากฏ" ไม่หยุด
ซีจื้อไฉเอ่ยว่า "เล่ากงซานรบกับโจรโพกผ้าเหลืองเจ้เป่ยทั้งรุกทั้งรับมานาน ทหารเหล่านี้หากเป็นพวกโจรโพกผ้าเหลืองจริง เหตุใดเพิ่งมาลงมือลอบสังหารในยามนี้"
อ้วนสุยคาดเดาว่า "น่าจะเป็นเพราะก่อนหน้านี้ไม่มีโอกาสลงมือกระมัง"
ซุนเจินถามว่า "ยามนี้สถานการณ์ของทหารกุนจิ๋วเป็นเช่นไร โจรโพกผ้าเหลืองเจ้เป่ยฉวยโอกาสบุกโจมตีหรือไม่"
"เปากงแห่งเจ้เป่ยอยู่ภายในค่ายพอดี ร่วมกับเปี๊ยกกากับจื้อจงของแคว้นและผู้บัญชาการค่ายทั้งหลายเข้าควบคุมสถานการณ์ ทหารกุนจิ๋วมิได้เกิดจลาจลครั้งใหญ่ ฝ่ายโจรโพกผ้าเหลืองเจ้เป่ยทราบข่าวก็ระดมพลเข้าโจมตี แต่ไม่อาจตีค่ายแตก จึงถอยร่นไปแล้ว"
ซุนเจินรำลึกได้ว่าในประวัติศาสตร์เดิม เหตุที่เล่าต้ายถูกพวกโพกผ้าเหลืองสังหาร หลังจากนั้นโจโฉจึงได้เป็นเจ้าพระยากุนจิ๋ว จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกว่า "กงซานถูกลอบสังหาร กุนจิ๋วไร้ผู้นำ ผู้ใดจะขึ้นรับตำแหน่งต่อ"
"บัดนี้ยังไม่มีข่าวคราวใดแจ้งมา"
ข่าวก็มาถึงในเวลาไม่นาน
สองวันให้หลังได้รับรายงานจากแคว้น อ้วนเสี้ยวเสนอแต่งตั้งโจโฉเป็นเจ้าพระยากุนจิ๋ว
จากนั้นไม่นาน รายงานทางทหารหลายฉบับเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ศึก การปกครอง และการทหารของกุนจิ๋วก็ทยอยมาถึง
ฉบับแรก โจรโพกผ้าเหลืองเจ้เป่ยเปิดฉากโจมตีอย่างหนักหน่วงถึงสามระลอกภายเวลาเพียงไม่กี่วัน ล้วนหมายอาศัยจังหวะที่แม่ทัพใหญ่แห่งทหารกุนจิ๋วถูกลอบสังหารเพื่อเอาชัย เปาสิ้นออกรบประจัญหน้าด้วยตนเอง ราตรียาวมิได้ถอดเกราะ อดทนตั้งรับต่อกรกับโจรโพกผ้าเหลืองเจ้เป่ยที่บุกเข้ามาดั่งอุทกภัยได้อย่างเข้มแข็งท่ามกลางสถานการณ์อันเสียเปรียบ
ฉบับที่สอง เปี๊ยกกาแห่งกุนจิ๋วหวังอวี้กับจื้อจงวั่นเฉียนเป็นตัวแทนศาลาแคว้นเดินทางรุดไปยังตังกุ๋น เชิญโจโฉเข้ารับตำแหน่ง
