เหอหนานเดิมเป็นแคว้น เมื่อกวงอู่ตี้ตั้งลกเอี๋ยงเป็นราชธานีแล้ว จึงเปลี่ยนเรียกเป็น 'อิ๋น' (เขตปกครองพิเศษ)
หลังจากปราบกบฏโพกผ้าเหลืองราบคาบแล้ว จูฮีได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งต่าง ๆ สุดท้ายราชสำนักจึงแต่งตั้งให้เป็นข้าหลวงใหญ่เหอหนาน ปีก่อน ตั๋งโต๊ะตั้งหยางอี้เป็นข้าหลวงใหญ่เหอหนาน จูฮีจึงนำทัพเข้าขับไล่ เนื่องจากลกเอี๋ยงเสียหายยับเยิน ราษฎรหลงเหลือน้อย ไม่อาจเลี้ยงทหารได้ จึงยกพลไปตั้งมั่นที่จงโหมวทางตะวันออก
บัดนี้ จูฮีได้รับพระบัญชาให้เข้าวัง ราชสำนักได้แต่งตั้งข้าหลวงใหญ่เหอหนานคนใหม่คือลั่วเย่ แต่ยังมาไม่ถึง ทำให้เหอหนานขาดผู้ปกครองไปชั่วคราว ซุนเกี๊ยนนั้นเป็นคนห้าวหาญ ทางใต้ของเหอหนานติดกับเมืองเองฉวน ทางเหนือคือฮ่อลาย การที่เขาเคลื่อนทัพมาถึงจงโหมวครั้งนี้ก็เพื่อหมายตาฮ่อลาย เมื่อจูฮีออกจากเหอหนานไปเสียเอง ก็เท่ากับละทิ้งตำแหน่งข้าหลวงใหญ่เหอหนาน ดังนั้น ซุนเกี๊ยนย่อมไม่ยอมให้พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญนี้ตกเป็นของผู้อื่น ต่อให้ลั่วเย่มาถึง เขาก็พร้อมจะใช้วิธีเดียวกับที่จูฮีทำคือขับไล่ออกไป ฉะนั้น เพียงสองวันหลังจูฮีออกไป เขาจึงถวายฎีกาเสนอให้ซุนเปินเป็นข้าหลวงใหญ่เหอหนาน
ซุนเปินเป็นหลานชายของซุนเกี๊ยน บิดาชื่อซุนเชียงเป็นพี่ชายร่วมมารดาเดียวกับซุนเกี๊ยน เสียชีวิตแต่ยังหนุ่ม ซุนเปินเคยดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองรักษาการณ์และคุมการส่งหนังสืออยู่ในเมือง ครั้นซุนเกี๊ยนยกทัพปราบตั๋งโต๊ะที่ฉางชา เขาได้ลาออกจากราชการและติดตามซุนเกี๊ยนออกรบจนถึงบัดนี้
