ซุนเจินเพิ่งก้าวเข้ามาในลาน ก็พบกับฉือผี
ฉือผีสวมเสื้อปักลาย กระโปรงเขียวขจี สวมเกี๊ยะไม้เดินเหินอยู่ใต้ต้นไม้กลางหิมะ เมื่อเห็นซุนเจินเข้ามา ก็ก้าวไปข้างหน้าสองก้าวเหมือนจะต้อนรับ ทว่าพลันชะงักฝีเท้า ในทีท่าจะเดินต้อนรับกับไม่ต้อนรับนั้น ก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงก้มหน้าหมุนกายเดินกลับ ท่วงทีมีใจครุ่นคิด สีหน้าแปร่งปร่า
“อาจี อากาศหิมะหนาวเหน็บเช่นนี้ เหตุใดมิได้พักอยู่ในเรือน กลับมาเดินเล่นใต้หิมะเล่า”
ฉือผีชะงักเท้า หวนกายเหลือบมองซุนเจิน ตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่งก็ตกลงใจได้ หมุนตัวเดินตรงมายังเขา พลางชำเลืองแวบหนึ่งไปยังเตียนอุย หยวนจงชิง จั่วโป๋โหว และคนอื่น ๆ ที่ติดตามอยู่เบื้องหลังซุนเจิน แล้วเอ่ยขึ้นว่า “ท่านจงเว่ย เชิญคุยเป็นการส่วนตัวสักครู่ได้หรือไม่”
ผู้สังเกตเห็นว่าซุนเจิน ‘หมายปอง’ ฉือผีนั้นมิได้มีเพียงเกาซู่ แม้เตียนอุย หยวน และจั่ว ซึ่งเป็นองครักษ์คนสนิทของซุนเจินก็ล่วงรู้เรื่องนี้ดีมาแต่แรก ครั้นได้ยินถ้อยคำนี้ของฉือผี หยวนจงชิงจึงขยิบตาให้เตียนอุยกับจั่วป๋อโหว แล้วฉุดมือทั้งสองไปยังอีกฟาก ปล่อยให้ซุนเจินกับฉือผียืนประจันหน้ากันใต้ร่มไม้
