กุยโต๋กล่าวว่า “คนใต้บัญชาผู้หนึ่งของโจโฉ มีความเกี่ยวดองเป็นเครือญาติกับตระกูลของข้า ข้าจึงทราบเรื่องนี้จากจดหมายของเขา”
การสมรสติดต่อกันระหว่างเหล่าขุนนางเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป ‘คนผู้นี้’ ที่กุยโต๋กล่าวถึง มีถิ่นฐานอยู่ที่กุนจิ๋ว เป็นคนท้องที่เดียวกับโจโฉ กุนจิ๋วกับอิจิ๋วเป็นมณฑลเพื่อนบ้านกัน ขณะเดียวกันครอบครัวของคนผู้นี้ก็เป็นครอบครัวที่เกี่ยวดองด้วยการสมรสกับตระกูลของกุยโต๋ ถือว่าเป็นญาติฝ่ายมารดาห่าง ๆ ของกุยโต๋
อ้วนเสี้ยวกล่าวว่า “เจาะจงลงไปเป็นเช่นไร? เจ้าจงเล่ารายละเอียดมาให้ข้าฟังที”
กุยโต๋รับคำว่า ‘ขอรับ’ แล้วก็ตอบอ้วนเสี้ยวต่อไปว่า “ข้าได้ยินว่าโจโฉส่งสาสน์ไปให้เตียวเฟยเยี่ยนฉบับหนึ่งก่อน เสนอว่ายินดีจะอยู่ร่วมกับเตียวเฟยเยี่ยนอย่างสงบปราศจากเรื่องราว เตียวเฟยเยี่ยนได้รับสาสน์จากโจโฉแล้ว ก็ตอบสาสน์กลับไปให้โจโฉฉบับหนึ่ง ในสาสน์มีถ้อยคำสุภาพนอบน้อมอย่างยิ่ง หลังจากนั้น ทั้งสองก็ส่งสาสน์ไปมาหากันไม่ขาด... ส่วนในสาสน์อื่น ๆ ของทั้งสองนั้นมีถ้อยความว่าอย่างไรบ้าง ญาติผู้นั้นของข้ามิได้เคยเห็น จึงย่อมมิได้ล่วงรู้”
อ้วนเสี้ยวขมวดคิ้ว ลูบเครา กล่าวว่า “ทำไมหยวนไฉจึงมิได้รายงานเรื่องนี้แก่ข้า?”
กุยโต๋กล่าวว่า “เกรงว่าหยวนไฉจะมิได้ล่วงรู้เรื่องนี้”
โจโฉประจำการอยู่ที่เป๋งจิ๋ว ตามนามแล้วเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของกาวกั้น ซึ่งกาวกั้นเป็นข้าหลวงปกครองเป๋งจิ๋วที่อ้วนเสี้ยวแต่งตั้ง ทว่าโจโฉมีกลุ่มคนสนิทของตนอยู่ใต้อาณัติ มีที่ปรึกษาและแม่ทัพนายกอง รวมถึงกองกำลังทหารของตนเอง ด้วยเหตุนี้ แท้จริงแล้วคนทั้งสองมิได้มีความสัมพันธ์แบบสายการบังคับบัญชาต่อกัน...อย่างมากที่สุดก็เพียง โจโฉให้เกียรติกาวกั้นอย่างพอเหมาะพอควรภายนอก แต่หากกาวกั้นต้องการบีบบังคับให้โจโฉทำสิ่งใด ก็ย่อมไม่อาจบัญชาได้เช่นกัน
ฉะนั้น การที่โจโฉกระทำสิ่งใดอย่างลับ ๆ ในที่รโหฐาน เกาก้านมิได้ล่วงรู้ ย่อมเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
……
