# ตอนที่ 332 — จันทร์เก่าเหนือลานซาชิว (ตอน 10)
จั่วเป้าทวนจ้างปา(1) แม้เป็นเพียงชายชาตรีสามัญ มีแต่ความกล้าอย่างชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งเท่านั้น ทว่าหากกำลังวังชาของคนผู้เดียวห้าวหาญถึงขีดหนึ่งแล้ว ในการศึกครั้งที่ยังรบกันด้วยศัสตราวุธมีคมล้วน ๆ บางคราก็ย่อมพอจะพลิกผลแห่งสมรภูมิได้ ประการหนึ่ง ความห้าวหาญของคนผู้เดียวอาจตัดหัวขุนพลฉุดธงทัพ ตีกระบวนข้าศึกให้แตก พังค่ายคูลง ประการสอง ความห้าวหาญของคนผู้เดียวย่อมปลุกใจฮึกเหิมแก่เหล่าทหารอื่นได้
จั่วเป้าทวนจ้างปาผู้นี้ห้าวหาญยิ่งนัก รำซั่วม้า(2)ออกท่ากว้างขวางเปิดเผย ฟาดบ้างกวาดบ้าง นำพลม้าร้อยกว่าตะลุยทะลวงไปในกระบวนปีกขวาของพลม้าฮั่น ที่ใดผ่านไป พลม้าซานเหอล้วนต้านมิอยู่ แม้มีพลม้าเพียงร้อยกว่าตน กลับค่อย ๆ มีท่วงทีจะตีกระบวนปีกขวาของพลม้าฮั่นให้ปั่นป่วน
อันการเข้ารบนั้น แรงรวมก็แข็ง แรงแยกก็อ่อน นายทัพนายกองพลม้าปีกขวาของทัพฮั่นออกอุบายหลายครั้ง หมายจะแยกพลม้าโพกผ้าเหลืองร้อยกว่าตนใต้บังคับจั่วเป้าทวนจ้างปาให้กระจายออก ทว่าพลม้าร้อยกว่าตนนี้ติดตามจั่วเป้าทวนจ้างปามาช้านานแล้ว ยามปกติมักฝึกปรือร่วมกันเป็นนิจ ยามศึกก็เข้าสมรภูมิพร้อมกันทุกครั้ง คุ้นเคยซึ่งกันและกัน ผสานกำลังเข้าขากันสนิท ความมุ่งหมายของทัพฮั่นจึงมิอาจสำเร็จได้
ครั้นแยกพวกเขาออกจากกันมิได้ ก็จำต้องปฏิบัติต่อพวกเขาดุจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อันสิ่งที่รวมเป็นหนึ่งเดียวนั้นย่อมมีด้านสัมผัสจำกัด พลม้าปีกขวาของทัพฮั่นแม้มีมาก ทว่าในคราวเดียวกันที่จะปะทะกับพลม้าของจั่วเป้าทวนจ้างปาได้นั้นอย่างมากก็เพียงสองสามร้อยตน คนและม้าที่เหลือหามีช่องสอดมือเข้าได้ไม่ ดูแต่ในขณะนี้ อุบายเดียวที่พอใช้ได้บางทีก็มีแต่การรบหมุนเวียนเปลี่ยนกันเข้า(3) หวังให้คนและม้าของจั่วเป้าทวนจ้างปาหมดเรี่ยวแรงเสียก่อน แล้วจึงหาจังหวะเข้าตีให้แตก
