เนื่องจากทิศทางยุทธศาสตร์สำคัญลำดับต่อไปของซุนเจินคือเหอหนาน เพื่อเตรียมการสำหรับเป้าหมายใหญ่คือคุมฮ่องเต้เพื่อบัญชาแคว้นทั้งปวง ดังนั้นในบรรดากลุ่มอำนาจต่างๆ ในระยะนี้เขาจึงให้ความสนใจมากที่สุดกับสองฝ่ายคือลิฉุยและอ้วนเสี้ยว และรวมถึงม้าเทิ่งและกองซุนจ้านด้วย
ข่าวกรองของสองฝ่ายนี้ ส่วนใหญ่มาจากเตียวหอง ซุนฮิว และซุนเฉิง
สงครามระหว่างอ้วนเสี้ยวกับกองซุนจ้านยังคงดำเนินต่อไป
เก๊กหงีได้รับกำลังเสริมทหารฝีมือเยี่ยมและแม่ทัพมากมายที่อ้วนเสี้ยวมอบให้ อาทิ เอียนเหลียง เกาหล่าน บัดนี้ล้วนมาอยู่ใต้บัญชาเก๊กหงี ร่วมกับกองกำลังผสมอิวจิ๋วที่ในนามขึ้นต่อเล่าเหอ คือเอียนโหรว เซียนอวี๋ฝู่ ซูผูเหยียน เข้าตีกระหนาบทั้งเหนือใต้ จวบจนบัดนี้ได้ประทะกับกองซุนจ้านทั้งศึกเล็กศึกใหญ่มาแล้วหลายครั้ง
ศึกสะพานเจี้ยเฉียวครานั้น กองซุนจ้านเคยพ่ายแพ้ต่อการนำทัพน้อยสู้มากของเก๊กหงีมาแล้ว จึงไม่กล้าดูแคลนเก๊กหงี ประกอบกับกำลังรบของทหารกิจิ๋วก็แข็งแกร่งกว่ากองกำลังผสมอิวจิ๋วของเอียนโหรวและคณะอย่างมาก เป็นกำลังเด็ดขาดในสองกองทัพนี้ เพราะฉะนั้นจึงจัดวางกำลังพลส่วนใหญ่ไว้ทางใต้ของโตวกุ้น โดยรอบอี้จิง เพื่อต้านทานการโจมตีรุนแรงดุจคลื่นซัดของเก๊กหงี
นี่จึงกลายเป็นโอกาสดีเยี่ยมของเอียนโหรว เซียนอวี๋ฝู่ และซูผูเหยียน ที่จะตีชิงหัวเมืองในแคว้นอื่นๆ ของอิวจิ๋ว
ในยามนี้ พื้นที่อิวจิ๋วทางตะวันตกของเหลียวซีจวิ้น (ฉินหวงเต่า) ทั้งหมด ยกเว้นโตวกุ้นและจุดยุทธศาสตร์บางแห่งโดยรอบโตวกุ้นแล้ว หัวเมืองส่วนใหญ่ในไต้จวิ้น ซ่างกู่กุ้น กวางหยางจวิ้น อวี๋หยางจวิ้น และโย่วเป่ยผิงจวิ้น ต่างถูกยึดครองโดยเอียนโหรวและคณะเป็นที่เรียบร้อย
ซุนเจินมิได้สนใจชัยชนะของเอียนโหรวและคณะมากนัก เพราะการจะปราบกองซุนจ้านให้ราบคาบยังต้องพึ่งเก๊กหงีและทหารกิจิ๋วเป็นหลัก ดังนั้นความคืบหน้าในการรบของทหารกิจิ๋วจึงเป็นสิ่งที่เขาจับตามอง
