สีหน้าซัวมอเคร่งขรึมขึ้นมา บอกว่ามีเรื่องใหญ่จะถามซุนเจิน ซุนเจินก็คาดเดาได้ว่าเรื่องที่เขาจะถามนั้นต้องเกี่ยวกับอ้วนสุดเป็นแน่ และเป็นไปได้สูงว่าจะถามว่าตนคิดจะใช้กำลังเข้าโจมตีอ้วนสุดเมื่อใด สมดั่งคาด เขาถามด้วยเรื่องนี้พอดี
ประการหนึ่ง ก่อนหน้านี้ได้ตกลงเป็นพันธมิตรกับเล่าเปียวแล้ว ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันได้ดีในศึกที่กังแฮ อีกประการหนึ่ง หากวันหน้าจะยกทัพปราบอ้วนสุด ก็จำเป็นต้องให้เล่าเปียวที่เซียงเอี๋ยงส่งกำลังหนุน ประการที่สาม ซุนเจินเคยอ่านเคยฟังเรื่องราวแต่ชาติปางก่อน ย่อมรู้ความสามารถของคนอย่างเล่าเปียวดี จึงไม่ได้หวั่นเกรงเขานัก ถึงขั้นที่ไม่เคยมองว่าเขาเป็นศัตรูแท้จริง ดังนั้นเมื่อได้ฟังคำถามของซัวมอ ซุนเจินจึงไม่ปิดบังเรื่องแผนการที่มีต่ออ้วนสุด ตอบตามตรงว่า “อ้วนสุดนั้นดื้อดึง ทีแรกองค์จักรพรรดิมีรับสั่งให้เขาเข้าเฝ้า เขากลับอ้างโรคเท้า ปฏิเสธราชโองการอย่างเปิดเผย ครั้นต่อมาฝ่าบาททรงมีพระราชสาส์นลงไป เรียกให้เขาเข้าเฝ้าอีกครั้ง รับสั่งว่าหากตัวเขามาไม่ได้ ก็ให้ส่งทูตมาแทน พร้อมทั้งสั่งให้ส่งตัวกุยกีให้ราชสำนักลงทัณฑ์ ฎีกาตอบกลับของเขามาถึงเมื่อวันก่อน แต่ก็ยังอ้างโรคเท้า ทั้งไม่ยอมส่งทูตมาแทน ท่าทีดูแคลนราชสำนักนั้นเห็นได้ชัดแจ้ง! คำสั่งที่ให้เขาส่งตัวกุยกีนั้น เขาก็ขัดขืนไม่ยอมทำตาม ซ้ำยังปกปิดโจรทรราชไว้ ความมุ่งหมายของเขาย่อมรู้กันได้! เต๋อกุย อ้วนกงลู่คนนี้ ราชสำนักต้องไปปราบปรามไม่ช้าก็เร็ว เพียงแต่... ยังไม่ถึงเวลาในยามนี้”
