สิมโพ่ยนั่งรถม้ากลับถึงอำเภอเย่เซี่ยน เนื่องจากครั้งนี้เขาเดินทางไปอำเภอหยวนเฉิงและอำเภอเว่ยเซี่ยนตามคำสั่งของซุนเจิน โดยเป็นตัวแทนของที่ว่าการเมือง ดังนั้นขบวนรถม้าที่ติดตามมาจึงโอ่อ่าใหญ่โต ขณะที่ผู้คนบนถนนหลีกทางให้ รถม้าก็ขับตรงไปยังที่ว่าการเมือง
ตามระบอบของราชวงศ์ฮั่น โดยปรกติแล้วที่ว่าการเมืองจะมีนายทวารประจำศาล ทำหน้าที่รักษาการณ์หน้าประตูที่ว่าการ
เมื่อเห็นสิมโพ่ยกลับมา นายทวารจึงให้เจ้าหน้าที่ประตูเข้าไปแจ้งข่าวภายในที่ว่าการ แล้วตนเองก็ออกมาต้อนรับและช่วยสิมโพ่ยลงจากรถ
ปัจจุบันสิมโพ่ยดำรงตำแหน่งซ่างจี้ย่วน (สมุห์บัญชีประจำเมือง) ซึ่งเป็นตำแหน่งขุนนางอาวุโสของเมือง และเป็นที่ปรารถนาของข้าราชการส่วนใหญ่ ตลอดราชวงศ์ฮั่น มีซ่างจี้ย่วนจากหลายเมืองที่ได้เข้าเฝ้าในราชสำนักและได้รับการชื่นชมจากขุนนางใหญ่ ทำให้ทะยานสู่อำนาจ เมื่อซุนเจินมาปกครองเมืองนี้ มิได้แต่งตั้งผู้ใด แต่เลือกสิมโพ่ยให้ดำรงตำแหน่งนี้ เป็นการแสดงถึงความสำคัญที่ซุนเจินมีต่อสิมโพ่ย อีกทั้งโอกาสที่ซ่างจี้ย่วนจะได้เลื่อนขั้นสูงส่งมีมากกว่าข้าราชการส่วนใหญ่ กล่าวคือ บัดนี้สิมโพ่ยเป็นซ่างจี้ย่วนแล้ว ก็มีโอกาสสูงที่จะได้เลื่อนยศในปีหน้าหรือปีต่อไป ดังนั้น แม้นายทวารศาลจะมีหน้าที่เฝ้าประตูด้วยความรับผิดชอบสูงและมีฐานะสำคัญ แต่ก็จำต้องประจบเอาใจขุนนางหน้าใหม่อย่างสิมโพ่ยผู้มีอนาคตไกลแห่งสำนักเมืองนี้ด้วย
สิมโพ่ยลงจากรถแล้วเข้าไปในที่ว่าการ ถึงลานหน้าตำหนักใหญ่ ก็เห็นซุนเจินเดินออกมาพอดี
นั่นคือซุนเจินออกมาต้อนรับถึงนอกตำหนักด้วยตนเอง ที่ประตูลาน
สิมโพ่ยก้าวฉับๆ เข้าไป จัดหมวกให้เรียบร้อย ปรับกระบี่ให้ตรง แล้วเลิกชายเสื้อเตรียมคุกเข่าคำนับ
ซุนเจินก้าวเข้าไปสองก้าว เอื้อมมือจับตัวเขาไว้แล้วกล่าวยิ้มๆ ว่า “อากาศร้อนนัก ท่านไม่กลัวความเหนื่อยยาก ช่วยสืบสวนคดีให้เมือง ลำบากมากแล้ว!”
ยามนี้ใกล้จะเดือนเจ็ดแล้ว อากาศร้อนอบอ้าว อีกทั้งเป็นเวลาบ่ายแก่ที่ร้อนที่สุดในรอบวัน ตะวันแผดกล้าประหนึ่งเปลวเพลิง
สิมโพ่ยแม้จะสวมเพียงเสื้อชั้นเดียว แต่เมื่อต้องนั่งรถตากแดดมาเป็นเวลานาน หน้าผากและเสื้อผ้าก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ จนชุ่มโชก
