เตียวเลี้ยวตีฝ่าวงล้อมของซุนผูออกมาได้ นำทหารม้าติดตามควบม้าตรงมาถึงหน้ากระบวนทัพซุนผู เรียกทหารราบให้ถอยกลับ คุมกองหนุนด้วยตนเอง ต้านทานการโจมตีตอบโต้ของกำลังผสมระหว่างซุนผูและเหอหงีเอาไว้ได้ รอจนทหารราบถอยห่างออกไประยะหนึ่งแล้ว จึงสั่งให้ทหารราบเคลื่อนไปก่อน ตนเองไปสมทบกับกองทหารม้าระลอกหลังที่กำลังสกัดการบุกของกองเตียวหุยอยู่ รวมกำลังทั้งสองส่วน ต้านทานการโจมตีของกองเตียวหุยเอาไว้ได้ ดังนั้น ทหารราบอยู่หน้า ทหารม้าอยู่หลัง เตียวเลี้ยวนำกำลังพลค่อยๆ ถอนตัวออกจากสนามรบ
เตียวหุยหมายจะติดตามไล่ตี สวี่จ้งบนหอสังเกตการณ์มองเห็นชัดเจนว่า กองของเตียวเลี้ยวแม้จะถอยแต่ก็ไม่แตกกระเจิง คาดการณ์ว่าถึงจะรบต่อไปอีกเกรงก็คงไม่ได้เปรียบมากนัก จึงออกคำสั่ง โบกธงตีกลอง สั่งให้กองกำลังของเตียวหุย เหอหงี ซุนผู ไม่อนุญาตให้ไล่ตามข้าศึกที่แตกพ่าย เป็นอันให้ถอนทัพกลับค่าย
การต่อสู้ดุเดือดครั้งหนึ่ง เตียวเลี้ยวพ่ายแต่ไม่พ่าย สวี่จ้งชนะแต่ไม่ชนะ นับว่าผลออกมาเสมอกัน
กองกำลังของเตียวหุย ซุนผู เหอหงีกลับค่ายพักกองทัพ ทำการรักษาทหารบาดเจ็บ สวี่จ้งส่งคนไปเก็บกวาดสนามรบ ฝังกลบศพทั้งข้าศึกและพวกเรา ถอดชุดเกราะและอาวุธที่ใช้การได้จากศพผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งเก็บธนูหน้าไม้ที่ตกเกลื่อนอยู่พื้น ซึ่งยังพอใช้ได้มารวมไว้ด้วยกัน เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ภายหลัง กองของเตียวเลี้ยวมีทหารได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถถอยตามกองทัพไปได้ หลงเหลืออยู่ในสนามรบ เนื่องจากเห็นว่าพวกเขารบอย่างดุดันกล้าหาญ เป็นทหารชั้นยอดแท้ ดังนั้นสวี่จ้งจึงออกคำสั่ง ให้นำผู้ที่รักษาพยาบาลได้หามเข้าไปในค่าย ทำการรักษาให้ด้วย ส่วนผู้ที่บาดเจ็บสาหัสเกินเยียวยา ก็ให้สังหารเสียตรงนั้น ทั้งช่วยลดความทุกข์ทรมานให้พวกเขา ทั้งยังไม่ต้องสิ้นเปลืองยา อาหาร และกำลังคนไปกับพวกเขาอีก
งานจิปาถะต่างๆ ภายหลังศึก ส่วนใหญ่ให้หัวหน้าเสมียนหยวนพ่านเป็นผู้รับผิดชอบ
