เล่าไต้ทำศึกกับโจรโพกผ้าเหลือง ณ ตอนเหนือของกุนจิ๋ว แม้ยังมิอาจมีชัยและถูกปิดล้อมอยู่ที่หมู่บ้านซุย ทว่าก่อนหน้านั้น ระหว่างที่อยู่ในเขตแคว้นตงผิง เขากลับปราบได้ชัยในการรบหลายครั้ง เป็นเหตุให้กองโจรโพกผ้าเหลืองในแคว้นตงผิง บ้างเคลื่อนขึ้นเหนือเข้ายังแคว้นเจ้เป่ย บ้างเคลื่อนไปทางตะวันออกเข้าสู่แคว้นหลู่ ซึ่งยิ่งเสริมเติมกำลังให้โจรโพกผ้าเหลืองในแคว้นหลู่เป็นอันมาก สถานการณ์จึงฟื้นคืนขึ้นบ้าง พวกมันจึงรวบรวมกำลังกันใหม่ จากทางตอนเหนือของแคว้นหลู่กรีฑาทัพโต้กลับลงใต้ ชิงอำเภอเปี้ยนและอำเภอโจวคืนมาได้ ครั้นแล้วด้วยความขาดแคลนเสบียง โจรโพกผ้าเหลืองแห่งแคว้นหลู่จึงต้องออกปล้นสะดมภายนอกเพื่อเอาชีวิตรอด ไม่ว่าจะเคลื่อนจากอำเภอเปี้ยนไปทางตะวันออก ปล้นสะดมตามพื้นที่ชายแดนของเมืองเขาไท้ซาน หรือไม่ก็เคลื่อนจากอำเภอโจวไปทางตะวันตก ปล้นสะดมตามอำเภอหนานผิงหยางและพื้นที่อื่น ๆ ในเมืองซานหยาง อีกทั้งยังมีบางส่วนไหลบ่าจากอำเภอโจวไปทางตะวันออกเฉียงใต้ เข้าปล้นสะดมถึงอำเภอเหอเซียงในเมืองตังไฮ่
เล่าปี่และสมัครพรรคพวกประจำการอยู่ ณ อำเภอเหอเซียง ได้ประมือกับโจรโพกผ้าเหลืองแคว้นหลู่ที่รุกล้ำชายแดนมาหลายยกแล้ว ล้วนได้รับชัยชนะ ทว่าเล่าปี่เห็นว่านี่มิใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ จึงส่งคนนำรายงานทางทหารฉบับหนึ่งมามอบให้ซุนเจิน
เพื่อแสดงถึงการให้ความสำคัญและความจริงจัง ผู้ที่ถูกส่งตัวมาให้นำส่งรายงานทางทหารนี้คือขุนนางยศซือหม่า ซึ่งเล่าปี่ไว้วางใจยิ่งผู้หนึ่ง นามว่าซื่อเหริน
