เก๊กหงีบัญชาให้ทหารราบหลบใต้โล่ ต้านทานเกาทัณฑ์และลูกธนูของทหารม้าศัตรู ทั้งออกคำสั่งเด็ดขาดแก่หน่วยว่า ผู้ใดถอยหลังให้ประหาร
ทหารหน่วยของเก๊กหงีแม้ล้วนเป็นทหารเก่า เมื่อก่อนเคยสู้รบกับเกี๋ยงและชนเผ่าฮูตามชายแดน ล้วนเป็นนักรบพลีชีพแห่งเหลียงจิ๋ว ชินตากับภาพข้าศึกม้าเหยียบย่ำบุกทะลวงมา ทว่ากองซุนจ้านนั้นเกรียงไกรนัก ในอิวจิ๋วตีเกี๋ยงและฮูจนแตกตื่นหนีกระเจิง ก่อนหน้านี้ยังตีกองทัพโพกผ้าเหลืองนับแสนแตกพ่าย ทหารม้าจู่โจมแห่งอิวจิ๋วของเขาหาใช่พวกเกี๋ยงฮูจะเทียบได้ เกราะอาวุธดีพร้อม ประกอบกับจำนวนม้าที่เข้าตีมากมาย เสียงกัมปนาทข่มขวัญ ยามนี้จึงอดมิได้ที่ขนพองสยองเกล้า แม้พวกเขาจะยอมตายไม่เสียดายชีวิต จะเรียกว่ากลัวก็มิใช่ ทว่าก็ยังมีไม่น้อยที่ควบคุมสติมิได้ สั่นสะท้านไปโดยไม่รู้ตัว
เก๊กหงีหมอบลงด้วยตนเอง ณ แถวหน้าสุดของเหล่าทหาร
การกระทำของเขาเช่นนี้ ปลอบประโลมจิตใจของทหารหน่วยไว้ได้
ครั้นเมื่อทหารม้าที่ตีฝ่าขบวนของกองซุนจ้านควบมาถึงเบื้องหน้าไม่ไกลจากที่ซุ่ม เก๊กหงีจึงสั่งหน่วยทหารเข้าต่อสู้ เพียงคำสั่งเดียว เหล่านักรบพลีชีพแปดร้อยก็ชักโล่ที่กำบังออก ถืออาวุธทะยานขึ้น ส่วนทหารเกาทัณฑ์ที่ตั้งอยู่แถวหลัง ก็ระดมยิงช่วยสนับสนุน
ทหารม้าของกองซุนจ้านมิเคยคาดคิดว่าเก๊กหงีจะใช้ยุทธวิธีอันตรายเช่นนี้ ยิ่งคาดไม่ถึงว่าหน่วยของเก๊กหงีจะห้าวหาญถึงเพียงนั้น โดยมิทันตั้งตัว บ้างถูกเกาทัณฑ์ยิงตกจากหลังม้า บ้างถูกนักรบพลีชีพของเก๊กหงีแทงม้าล้มลง ทันใดนั้นก็คนคะมำม้าตะแคง ระส่ำระส่ายเป็นอลหม่าน ระยะบุกของพวกเขามิได้สั้นหรือยาวเกินไป ควบมาถึงตรงนี้ ม้าศึกต่างก็เร็วนัก ด้านหน้าเกิดโกลาหล พวกข้างหลังไหนเลยจะเบี่ยงทัน ได้แต่พุ่งไปข้างหน้าต่อไป พุ่งชนเข้ากับความยุ่งเหยิงข้างหน้า กลายเป็นม้าล้มคนคะมำซ้ำลงไปอีก บ้างในยามตื่นตระหนก พยายามรั้งบังเหียนให้ม้าหยุด แต่สัตว์พาหนะกำลังวิ่งมาเร็ว จะรั้งให้หยุดได้อย่างไร ม้าศึกพุ่งไปข้างหน้า พวกเขากระชากไปข้างหลัง สองแรงสวนทาง ยังมิทันชนพวกเดียวกัน ม้าศึกของพวกเขาก็เซถลาล้มลงเอง
