ตอนที่ 712 — อย่าแสร้งเย้ยแม่ทัพอ่อนแอไร้ใจกล้า จักต้องประหารขุนนางแพรน้ำเงินเพื่อปลุกขวัญกำลังใจ
โฮจิ้นอายุสามสิบสี่สิบปี เขาเกิดในตระกูลดี เป็นตระกูลใหญ่ในแถบเหลียงจิ๋ว มีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อย เพราะพื้นเพครอบครัวดีแล้วยังได้รับอิทธิพลจากประเพณีชนเผ่าเชียง ตั้งแต่น้อยจึงกินอาหารที่หนักไปทางเนื้อและนม ร่างกายจึงกำยำล่ำสัน บัดนี้เขาขี่ม้าอยู่ หันกลับมามองเส้นทางด้านหลัง เห็นกองทหารม้าของซุนเจินและซุนเกี๊ยนที่ตามต้อยเกาะท้ายกระบวนทัพตนมาครึ่งค่อนวัน จำต้องล่าถอยห่างออกไปด้วยท่าทีขุ่นเคือง ก็หัวเราะลั่นขึ้นมา
เขาเอามือลูบแผงคอยาวบนคอม้าศึกจนมันพ่นลมหายใจพึงพอใจออกมาทางจมูกดังฟืด
เขาพูดกับลูกน้องซ้ายขวาว่า “ไอ้เด็กซุนเจินกับซุนเกี๊ยน คิดจะซุ่มโจมตีข้าหรือ? ไม่รู้หรือว่าข้ารักษาสามด่านมา ภูมิประเทศละแวกนี้ข้าจดจำขึ้นใจแม่นยำ ข้าเลยคาดไว้แล้วว่าพวกมันสองคนจะไปซุ่มอยู่ที่นั่น เมื่อข้าคาดไว้เช่นนี้แล้วจะต้องไปติดกับดักของไอ้เด็กสองคนนั่นได้อย่างไร?”
คำพูดของโฮจิ้นข้อนี้ไม่เพียงไม่จริงเท่านั้น ยังค่อนข้างจะโอ้อวดอยู่มาก
คำว่า “ภูมิประเทศละแวกนี้จดจำขึ้นใจแม่นยำ” เขาพูดได้ไม่ผิด เพราะเขารับหน้าที่รักษาสามด่านอี้เชวี่ย ก่วงเฉิง และไท่กู่มานานหลายเดือนแล้ว ย่อมต้องคุ้นเคยกับภูมิประเทศแถบนี้เป็นอย่างดี แต่ที่ว่า “เขาคาดไว้ก่อนแล้วว่าซุนเจินกับซุนเกี๊ยนจะไปซุ่มอยู่ที่นั่น” นั้น หาใช่ความจริงไม่
เขาเพียงแต่คาดเดาอยู่บ้างเท่านั้น
พึงรู้เถิดว่า เมื่อหลายเดือนก่อน ซุนเจินและซุนเกี๊ยนนำทัพออกจากเมืองเข้าโจมตี เขาต้องประสบกับความปราชัยติดต่อกันหลายครั้ง ครานี้จึงรีบเร่งเข้าหนุนไท่กู่ จำต้องระมัดระวังตัวเป็นอย่างยิ่ง และเขาก็รู้ดีว่าหากซุนเจินกับซุนเกี๊ยนคิดจะซุ่มโจมตีเขา เนินเขาเล็กๆ นั่นก็คือตัวเลือกที่ดีที่สุดเพียงหนึ่งเดียว ฉะนั้นขณะจวนจะถึงเนินเขา เพื่อมิให้เกิดข้อผิดพลาดแม้แต่น้อย เขาจึงตัดสินใจอ้อมทางไปเสีย มิได้ผ่านใต้เนินเขา ผู้ใดจะคาดคิด กลับกลายเป็นว่าเขาเดาไว้ถูกต้องจริงๆ