เพิ่มอีกตอนเพื่อท่านประมุขใหม่ เฉิ่น เฉิ่น เฉิ่น ต้าจ้วง
——
ตันเต๋งขอเข้าเมืองตันเสียเพื่อเกลี้ยกล่อมโตเกี๊ยมให้ยอมจำนน
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ซุนเจินได้ตกลงกับตันเต๋งไว้ก่อนแล้ว ที่มิได้เป็นซุนเจินออกคำสั่งทหารให้เขาไป หากแต่นำเข้าวาระประชุมบัญชาการศึก ให้เขาลุกขึ้นอาสาต่อหน้านายทัพทั้งหลายนั้น ล้วนมาจากน้ำใจอันปราณีตของซุนเจิน
ตันเต๋งเพิ่งเข้ามาเป็นพวกซุนเจิน แม้จะมอบหวยผู่และหวยอินให้ ทว่าเป็นเพียงความชอบจากการเป็นไส้ศึก เท่านี้ยังไม่พอให้ได้ตำแหน่งสูงส่งนัก ลองคิดดูเถิด ในสังกัดซุนเจินนี้ ไม่ต้องเอ่ยถึงซุนเฉิง สวี่จ้ง ซีจื้อไฉ พวกนั้น กล่าวเฉพาะสายบู๊อย่างชีหยง เล่าเติ้ง นายทัพทั้งหลาย สายบุ๋นอย่างเฉิงเจีย หานตานหรง และคนอื่น ๆ ผู้ใดเล่ามิได้สร้างผลงานโดดเด่นในศึกครั้งนี้? หากเพียงเพราะความชอบมอบสองเมืองแล้วให้ตันเต๋งได้รับตำแหน่งสูงเกินไป คงไม่มีผู้ใดยอมรับ แม้ชีหยงกับพวกจะไม่ปริปาก แต่ในใจก็จะเห็นว่าซุนเจินให้รางวัลและลงทัณฑ์ไม่ชัดเจน
ดังนั้น ซุนเจินจึงให้เขาขออาสาเข้าเมืองตันเสียเพื่อเกลี้ยกล่อมโตเกี๊ยมในที่ประชุมบัญชาการศึกเอง การที่ซุนเจินสั่งให้เขาไป หรือเขาเป็นฝ่ายขออาสาไปเองนั้น แม้จะเป็นการไปเหมือนกัน ทว่าผลลัพธ์กลับต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ด้วยเหตุนี้ เมื่อคราวก่อนการประชุม ซุนเจินกำชับตันเต๋งให้ขออาสาในที่ประชุม ตันเต๋งก็เข้าใจในน้ำใจของซุนเจินทันที เขามิใช่คนถือดีหัวดื้อ จึงมิได้ปฏิเสธ
บัดนี้ เมื่อได้ยินตันเต๋งขออาสาเข้าเมืองตันเสียไปเกลี้ยกล่อมโตเกี๊ยม เหล่านายทัพที่นั่งร่วมประชุมอยู่ล้วนไม่รู้ความใน ส่วนใหญ่พากันตกใจยิ่ง
ซุนเจินแสร้งกล่าวว่า “โตกงจู่ถูกขังอยู่เพียงลำพังในเมืองเปลี่ยว อาจถึงขั้นบ้าบิ่นทำสิ่งที่ผิดวิสัย หยวนหลงเอ๋ย การเข้าเมืองไปเกลี้ยกล่อมนั้นเสี่ยงภัยเกินไป ไม่อาจทำได้!”
คำของซุนเจินนี้แม้จะมีส่วนที่จงใจให้เหลือนายทัพได้ยิน ทว่าเนื้อความในนั้นกลับถูกต้องไม่ผิดแม้แต่น้อย
