ราชโองการส่งตรงโดยคนพิเศษมาถึงเองอิม
แต่ก่อนถึงเองอิมผู้ถือราชโองการแวะเอี้ยงเต๊กก่อนจึงมีเสมียนจากจวนเจ้าเมืองเองฉวนติดตามมาด้วยขบวนรถม้าใหญ่โตนัก
ครั้นขบวนเข้าสู่ตัวอำเภอเองอิมก็ก่อความฮือฮาขึ้น
ชาวอำเภอจำนวนไม่น้อยเดินตามท้ายมาถึงหน้าเกาหยางหลี่พร้อมกันบรรดาคนมีหน้าตาในอำเภอเช่นบัณฑิตตระกูลเล่าต่างตามราชโองการเข้ามาในหมู่บ้านครั้นประกาศจบก็กรูกันเข้าแสดงความยินดี
นายอำเภอเองอิมทราบข่าวจึงนำข้าราชการในศาลามาด้วยตนเองเพื่อคารวะซุนเจิน
ชาวตระกูลซุนในเกาหยางหลี่นอกจากผู้อาวุโสและผู้มีชื่อเสียงบางส่วนแล้วที่เหลือทั้งแก่ทั้งเด็กต่างพากันออกจากเรือนมายังจวนซุนเจินเพื่อแสดงความยินดีกับซุนเจิน
ชั่วขณะหนึ่งภายในภายนอกจวนซุนเจินศีรษะคนเบียดเสียดเสียงคนอื้ออึง
ขุนนางผู้ถวายราชโองการอ่านราชโองการเสร็จก็ยื่นให้ซุนเจิน ซุนเจินรับมาแล้วทบทวนดูอีกจบเมื่อเห็นเรียบร้อยจึงให้ซุนฮิวเก็บไว้ชั่วคราวเชื้อเชิญขุนนางผู้นี้เข้าไปพักในเรือนแล้วตนเองอยู่ต้อนรับผู้คนที่มาแสดงความยินดีในลานบ้าน
งักจิ้น เฝิงก่ง และคนอื่น ๆ ก็พากันมาด้วย
ซุนเจินถือโอกาสช่วงหนึ่งเรียกงักจิ้นกับเฝิงก่งมายังห้องส่วนตัว
งักจิ้นและเฝิงก่งต่างมีสีหน้ายินดีปรีดาทั้งสองคำนับลงพลางกล่าวว่า “ยินดีกับท่านโหวที่ได้รับการอภัยโทษและได้รับแต่งตั้งเป็นจงหลังเจียงซ้าย”
ราชโองการมิเพียงอภัยโทษแก่ซุนเจิน แต่งตั้งเขาเป็นจงหลังเจียงซ้าย ทว่ายังคืนบรรดาศักดิ์ เองอิมโหว ให้เขาอีกด้วย
ซุนเจินปิดประตูแยกเสียงอึกทึกในลานบ้านออกเสียแล้วให้ทั้งสองลุกขึ้นนั่ง ตนเองก็นั่งลงด้วยเพราะเขากังวลว่าตั๋งโต๊ะยกทัพมุ่งสู่นครหลวงตั้งแต่วันที่หกก่อนจึงไม่กล่าวถ้อยฟุ่มเฟือยยื่นสารของโฮจิ๋นกับอ้วนเสี้ยวให้งักจิ้นและเฝิงกงดูโดยตรงเมื่อทั้งสองดูจบก็ถามอย่างเปิดอกว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่กับท่านอ้วนซือลี่สั่งให้ข้าเกณฑ์ทหารกล้านำทัพเข้านครหลวง เจ้าทั้งสองเต็มใจร่วมทางไปหรือไม่”
งักจิ้นกับเฝิงก่งเพิ่งนั่งลงครั้นได้ยินคำถามของซุนเจินก็รีบลุกขึ้นจากเบาะคำนับลงอีกพลางตอบว่า “พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของท่านโหวโดยมิขัด”
