เอี๊ยงเปียวช่วงนี้ลอบติดต่อพบปะผู้คนบ่อยครั้ง คอยวิพากษ์วิจารณ์ตนอยู่เบื้องหลัง เรื่องเหล่านี้แม้ไม่ต้องให้เฉิงเจียมารายงาน ซุนเจินก็ล่วงรู้อยู่บ้างแล้ว
ในเมื่อเขารู้แก่ใจว่าเอี๊ยงเปียวไม่มีความรู้สึกอันดีต่อตน แถมยังระแวดระวังตนอย่างยิ่ง อีกทั้งเอี๊ยงเปียวก็มีคุณธรรมสูงส่งและชื่อเสียงเรืองนาม มีอิทธิพลในราชสำนักและหมู่ขุนนางไม่น้อย เหตุใดเขาจึงจะปล่อยปละละเลย ไม่ใส่ใจเป็นพิเศษเล่า?
ด้วยเหตุนี้ เรื่องที่เอี๊ยงเปียวลอบติดต่อพบปะและวิพากษ์วิจารณ์เป็นการส่วนตัว ซุนเจินย่อมทราบดี
ส่วนที่ว่าต้องรีบจัดการเรื่องนี้โดยเร็ว ก็ไม่จำเป็นต้องให้ตันเต๋งมาเสนอแนะ ซุนเจินย่อมอยากลงมือแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันภัยก่อนจะเกิด หาไม่แล้วจะรอให้สถานการณ์เลวร้ายลงจนหนักหน่วง แล้วค่อยคิดหาทางแก้ไขหรือ? ถึงเวลานั้นก็อย่าว่าแต่อาจจะสายเกินแก้ อย่างน้อยที่สุดเมื่อต้องจัดการ ก็ต้องเปลืองแรงมากขึ้น และผลกระทบจากการจัดการก็อาจจะใหญ่โตตามไปด้วย
ซุนเจินมิใช่คนไร้ประสบการณ์การเมือง ย่อมไม่กระทำเรื่องโง่เขลาเช่นนั้น แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า ถึงแม้จะรู้แล้วว่าเอี๊ยงเปียวกำลังลอบพบปะผู้คนและวิพากษ์วิจารณ์ตนอยู่เบื้องหลัง ทว่าหากปราศจากเหตุผลอันชอบธรรมแล้ว จะจัดการเรื่องนี้ได้อย่างไร? ตามที่เฉิงเจียว่าไว้ จะรีบถวายฎีกาให้เล่าเหียบปลดเอี๊ยงเปียวเลยหรือ? ในเมื่อเอี๊ยงเปียวตอนนี้ยังมิได้ทำผิดสิ่งใด จะให้เล่าเหียบปลดเขาโดยไม่พิจารณาดำขาวนั้น ไม่เหมาะสมอย่างเห็นได้ชัด พึงรู้ว่าเอี๊ยงเปียวมิใช่เพียงมีชื่อเสียงและความนับหน้าถือตาสูงส่ง หากยังดำรงตำแหน่งไท่เว่ยในเวลานี้ด้วย
