ตันก๋งกำลังนั่งรินสุราดื่มอยู่ตามลำพังในเรือน พอบ่าวรับใช้มารายงานว่า โกซุ่นมาขอเข้าพบ จึงลุกขึ้น ล้างมือ แล้วเดินไปที่โถงเพื่อพบเขา
โกซุ่นรอคอยอยู่ในโถงแล้ว
สองคนพบหน้า ต่างคำนับกัน เสร็จแล้วแยกเป็นเจ้าบ้านและแขกนั่งลงตามลำดับ
โกซุ่นได้กลิ่นสุราลอยออกมาจากตัวของตันก๋ง
ความบาดหมางระหว่างลิโป้กับตันก๋งครั้งนี้ มิใช่เพียงทำให้ลิโป้ขุ่นเคืองใจไม่เป็นสุข หากยังทำให้ตันก๋งหดหู่อัดอั้น โกซุ่นได้ยินว่า ช่วงนี้ตันก๋งชอบดื่มสุราเนือง ๆ เพื่อดับความกลัดกลุ้ม จึงไม่ต้องถามก็รู้ว่า ตันก๋งเพิ่งจะดื่มสุรามาเป็นแน่
แต่เมื่อสังเกตวาจาและกริยาของตันก๋งไร้อาการมึนเมา โกซุ่นจึงบอกเจตนาที่มาแก่ตันก๋งว่า “จั่วเจียงมีหมายคำสั่งมายังนายท่าน ให้กองทัพเราเตรียมการรบ”
ตันก๋งฉงนถามว่า “เตรียมรบ เตรียมรบเรื่องใด?”
โกซุ่นว่า “จั่วเจียงจะให้กุยกีนำกำลังไปตีเมืองเองฉวน แล้วให้กองทัพเราเป็นกระหนาบไปตีเมืองยีหลำ เหตุนี้จึงมีคำสั่งมา ให้นายท่านเตรียมการก่อน”
“ตีเมืองเองฉวน เมืองยีหลำ?”
โกซุ่นตอบรับแล้วว่า “ท่านอาจารย์ เพราะหมายคำสั่งของจั่วเจียงฉบับนี้ ข้าน้อยจึงรับคำนั่งเกล้ามาเข้าพบท่านโดยเฉพาะ หวังจะใคร่ถามว่า ท่านเห็นเป็นเช่นไรบ้าง?”
ตันก๋งพินิจดูโกซุ่น พลางกล่าวด้วยความกังขาว่า “ท่านได้รับคำสั่งจากท่านแม่ทัพ ให้มาเข้าพบข้าจริงหรือ?”
โกซุ่นว่า “ข้าน้อยย่อมเป็นผู้รับคำนายท่านมาคารวะท่านอาจารย์ขอรับ หากมิใช่คำนายท่าน ข้าน้อยจะบังอาจมารบกวนท่านอาจารย์ได้เยี่ยงไร?”
ตันก๋งไม่เชื่อตามคำโกซุ่น แต่มิได้ซักไซ้ต่อ ก้มหน้าลง ลูบคลึงเครา แล้วจมลงสู่ห้วงครุ่นคิด
นึกตรึกครองอยู่เนิ่นนาน จนโกซุ่นรอแทบหมดความอดทน เขาจึงเงยหน้าขึ้น เอ่ยว่า “หมายคำสั่งของจั่วเจียงนี้ ไม่อาจกระทำตาม!”
โกซุ่นว่า “ความเห็นของท่านนี้ ตรงกับที่นายท่านเห็น! นายท่านก็ทรงเห็นว่า หมายคำสั่งของจั่วเจียงฉบับนี้ปฏิบัติตามมิได้”
